[x]ปิดหน้าต่าง
Powered by www.siamca.com
SiamCA Member Clubs
;ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา เพื่อรับสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย ขอบคุณค่ะ.... [x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
Close
หน้าล็อคอิน
Username : Password :   [สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]


 

บทความผู้พิชิตมะเร็ง

  [ ดูบทความทั้งหมด ]

  ยิ้มได้แม้ภัยมา (มะเร็งปอด)  
  อังคาร ที่ 1 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2554
Tag : มะเร็งปอด: มะเร็ง: สมุนไพรจีน    Bookmark and Share


ยิ้มได้แม้ภัยมา
(ผู้พิชิตมะเร็งปอด)


       







โดย กิติ  ตันทนงศักดิ์กุล


    ปัจจุบัน “มะเร็งปอด” เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 2 ทั้งในเพศชายและหญิง ในแต่ละปีมีผู้ป่วยเสียชีวิตด้วยมะเร็งปอดจำนวนมาก สาเหตุประการสำคัญของมะเร็งปอดที่ทราบกันดี คือ “บุหรี่” มีศึกษาพบว่า ผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสเป็นมะเร็งมากกว่าผู้ไม่สูบถึง 10 เท่า และผู้ที่สูบบุหรี่ตั้งแต่อายุต่ำกว่า 15 ปี จะมีอัตราเสี่ยงสูงกว่าผู้ที่ไม่สูบถึง 15 เท่า แขกรับเชิญของเราฉบับนี้ ท่านก็เป็นหนึ่งในนั้น

      คุณลุงกิติ ตันทนงศักดิ์กุล ในวัย 62 ปี ยอมรับกับเราว่า ท่านเริ่มสูบบุหรี่มาตั้งแต่อายุ 11-12 ปี และสูบมาเรื่อย แม้เมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้ว ท่านต้องล้มป่วยด้วยโรควัณโรค ท่านก็ยังไม่หยุดสูบบุหรี่ ต่อมาสำนึกได้ว่ามันคงไม่ดีกับสุขภาพ ท่านจึงตัดสินใจเลิกบุหรี่อย่างเด็ดขาดเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา แต่นั่นมันก็ไม่ทันการณ์แล้ว เพราะด้วยพิษภัยของบุหรี่ที่สะสมในร่างกายเกือบ 40 ปี ทำให้ คุณลุงกิติต้องป่วยเป็น “มะเร็งปอด” คุณลุงเริ่มเล่าอาการของท่านซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อนให้ฟังด้วยน้ำเสียงที่แจ่มใสว่า

     “ตอนนั้นผมตื่นขึ้นมาตอนเช้า ก็สังเกตตัวเองว่าทุกวันจะมีเสมหะมีเลือดปนออกมาเล็กน้อย เป็นเส้นฝอยเล็ก ๆ ตอนแรก สงสัย เอ๊ะ! ทำไมมีเลือดปนทุกเช้า แต่มันไม่มีอาการอะไรอื่น ๆ เลย ก็ทิ้งไว้ ปล่อยไปหลายเดือนก็แปลกใจว่าทำไมยังไม่หายสักที จึงตัดสินใจไปหาหมอ หาไป 2-3 ที่ หมอที่เคยรักษาวัณโรคก็ไปหา แต่ยังตรวจไม่พบสาเหตุ อาการเสมหะก็ไม่หาย หมอให้ยามาทานก็ทาน แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น”
 
    ช่วงแรกเนื่องจากคุณลุงกิติไม่ได้ไปหาหมอเฉพาะทาง เมื่อหมอตรวจร่างกายไม่พบสาเหตุของอาการ ก็แนะนำให้คุณลุงนำเสมหะไปตรวจ แต่คุณลุงเข้าใจผิด ไม่เชื่อว่าการตรวจเสมหะที่มีเลือดปนอยู่นิดเดียวจะพบสาเหตุอะไรได้ คุณลุงจึงเสียเวลาไปหลายเดือนค่อยพบสาเหตุที่แท้จริง “อยู่ดี ๆ วันหนึ่งเสียงผมก็หายไป ไม่มีเสียงเลย ผมตกใจมาก วันนั้นเปลี่ยนหมอ รีบไปหาหมอ หู คอ จมูก เล่าอาการให้หมอฟัง หมอตรวจเสร็จก็บอกว่า หู คอ จมูก ปกติไม่มีปัญหาอะไร คงต้องเอ็กซเรย์ปอดดู อาจจะมีปัญหาที่ปอดก็ได้”
 
     คุณลุงกิติทำตามคำแนะนำของหมอ ไปปรึกษาหมอเฉพาะทางด้านปอดโดยตรง เอ็กซเรย์ปอดเสร็จแล้วหมอตรวจดูฟิล์มจึงพบว่าคุณลุงเป็นมะเร็งปอดแน่นอน และมะเร็งได้ลุกลามถึงเส้นเสียงแล้ว จึงเป็นผลทำให้พูดไม่เสียง

     “หมอบอกผมก็อึ้งไปพักนึงเลยครับ สุดท้ายก็ถามหมอว่าจะรักษาอย่างไร หมอบอกว่าโรงพยาบาลนี้ไม่มีเครื่องมือ วันนั้นผมเลยต้องกลับบ้านมาปรึกษากับครอบครัว ในที่สุดลูกชายก็บอกให้ผมเข้ารับการรักษาตัวกับโรงพยาบาลใหญ่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ”
 
     ลูกชายของคุณลุงกิติได้ปรึกษาเรื่องอาการป่วยของพ่อกับเพื่อนที่เป็นหมอ ในที่สุดจึงส่งตัวคุณลุงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่ง หมอแนะนำให้ทำเคมีบำบัดก่อน จากนั้นอาจมีการฉายรังสี ซึ่งค่อยพิจารณาในขั้นตอนต่อไป
 
     “หมอแนะนำให้ทำเคมีบำบัดผมก็ทำ สรุปผมทำเคมีไป 6 หรือ 7 ครั้ง จำไม่ได้ เมื่อครบก็ไปหาหมอฉายแสง เขาก็ฉายแสงต่ออีก 38 ครั้ง ผมถามหมอแค่นิดเดียวว่าเมื่อรักษาแล้วเสียงที่หายไปจะดีขึ้นมั๊ย หมอบอกว่าจะดีขึ้น ก็เอาทำก็ทำ”
 
     คุณกิติบอกว่าเมื่อก่อนท่านเป็นคนชอบคิดมาก คิดแล้วก็จะนอนไม่หลับ เคยคิดว่าถ้าวันหนึ่งตนเองเป็นมะเร็งคงต้องตายแน่ คงจะรับไม่ได้ แต่เมื่อวันหนึ่งมาเป็นมะเร็งเข้าจริง ๆ กลับทำใจได้อย่างน่าอัศจรรย์
 
     “เมื่อผมเป็นมะเร็ง ผมไม่เคยถามหมอว่าเป็นขั้นไหน ก้อนขนาดเท่าไร ไม่เคยเซ้าซี้ หมอให้ทำอะไรก็ทำ ตอนนี้ต้องคีโมก็ไปคีโม ตอนนี้ต้องฉายแสงก็ต้องฉายแสง อย่าไปคิดมาก อยากบอกคนที่เป็นมะเร็งอยู่ว่า ต้องทำใจสบาย ๆ ทำไม่รู้ไม่ชี้เสียบ้าง มีกินก็กิน ถึงเวลานอนก็ต้องนอนพักผ่อน ออกไปไหนมาไหนให้ปกติ คนที่ทำใจไม่ได้ก็ต้องฝึก อาจหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ อ่านหนังสือธรรมะบ้าง แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคล สำหรับผมก็มีสวดมนต์บ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ไม่ได้เคร่งครัดอะไร ภรรยาก็สวดมนต์ให้ผมตลอดตามความเชื่อของเขา”
 
ตอนนี้คุณลุงกิติ แข็งแรงปกติดี แล้วอะไรที่ทำให้คุณลุงกิติผ่านช่วงเวลานั้นมาได้
     “ผมหายจากมะเร็งได้มีสาเหตุหลายอย่าง สิ่งแรก คือ รักษาและปฏิบัติตามที่หมอแนะนำอย่างเคร่งครัด ผมคิดว่า ลำพังผู้ป่วยจะไปพึ่งแค่พวกโภชนาการบำบัด (ขอสงวนชื่อ) หลาย ๆ อย่างที่มีอยู่ในปัจจุบันคงเป็นไปได้ยากที่จะรักษาให้หาย จริงอยู่เราไม่อยากกินอาหารไปบำรุงมะเร็ง แต่ผมเห็นบางที่เขาห้ามโน่นห้ามนี่ อะไรก็กินไม่ได้ เขาไม่คิดว่าร่างกายเราก็ขาดไปด้วย มันไม่มีแรง ตัวผมกินแทบทุกอย่าง เพราะหมอเขาไม่ห้ามอะไร ช่วงระหว่างการรักษา 2-3 เดือน ผมเดินทางจากบ้านแถวสมุทรปราการไปรักษาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ออกจากโรงพยาบาลก็เย็นแล้ว ผมก็แวะกินอาหารระหว่างทางกลับบ้าน กินนอกบ้านได้ไม่มีอะไรพิเศษมาก กลับถึงบ้านก็ได้นอนพักผ่อนเลย”
 
     “ต่อมา คือ การใช้ยาน้ำสมุนไพรจีน เมื่อตอนทราบว่าผมป่วยได้ประมาณ 2 วัน ลูกชายก็เอายาตัวนี้มาให้ทาน ผมก็ทานมาเรื่อย เห็นว่าลูกตั้งใจซื้อมาให้ เราก็ต้องพยายามทำตามเขาบอก ผมคิดว่าคงเป็นยาดังกล่าวที่ช่วยลดผลข้างเคียงได้ดี ระหว่างฉายแสงผมก็ไม่แพ้ ระหว่างการทำคีโมอยู่ผมก็ไม่มีอาการใด ๆ ทั้งสิ้น มีแต่ผมร่วงอย่างเดียว กินได้นอนหลับดี”

    
“สุดท้ายคือจิตใจ สำคัญมาก ต้องทำจิตใจสบาย ๆ อย่าคิดมากอย่างที่ผมบอก” สภาพร่างกายที่แข็งแรงปกติดีตอนนี้ นอกจากการรักษาที่ถูกต้องแล้ว คงเป็นผลมาจากลักษณะนิสัยของคุณลุงท่านนี้ที่มีจิตใจปล่อยวาง สบายๆ ไม่คิดมาก มีอารมณ์ที่แจ่มใส พูดเสียงดังฟังชัด จนใครพบเห็นแทบไม่เชื่อเลยว่า เมื่อ 2 ปีก่อน เป็นท่านเดียวกันนี่แหละที่มะเร็งปอดลุกลามจนถึงขนาดพูดไม่มีเสียงมาแล้ว ทุกท่านอ่านแล้ว หากนำสิ่งดีเหล่านี้ไปปฏิบัติได้ เราเชื่อว่าจะส่งผลดีกับตัวท่านเองอย่างแน่นอน
 

ขอรับหนังสือเรื่องจริงจากผู้ป่วยมะเร็งได้ฟรี คลิกที่นี่ หรือโทร   02-6640078     

 


เข้าชม : 24669   [ ขึ้นบน ]

มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งตับ มะเร็งปอด

 ผู้พิชิตมะเร็ง 5 อันดับล่าสุด

55 มรสุมที่ว่าใหญ่ ยังแพ้หัวใจนักสู้
ไม่ต้องกลัวมะเร็งเพราะมันอยู่กับตัวเรา สู้ให้เต็มที่ด้วยกำลังใจที่เข้มแข็ง เพื่อตัวเองและคนที่รักเรา [view 1667 ]
55 มรสุมที่ว่าใหญ่...ยังแพ้หัวใจนักสู้
ไม่ต้องกลัวมะเร็งเพราะมันอยู่กับตัวเรา สู้ให้เต็มที่ด้วยกำลังใจที่เข้มแข็ง เพื่อตัวเองและคนที่รักเรา [view 967 ]
55 ฉันจบปริญญาเอก..มะเร็ง
ฉันไม่ตกใจไม่กลัว ต้องเรียนรู้และศึกษามัน และฉันพบว่ามะเร็งต้องรักษาตลอดชีวิต [view 13269 ]
55 รอดและสุขกับมะเร็ง (มะเร็งโคนลิ้น)
จะรอดหรือตาย จากมะเร็ง ผู้ป่วยจำเป็นต้องเลือก ซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่เลือกที่จะรอดซึ่งผมก็รอดมา 12 ปีแล้ว [view 22402 ]
55 จดหมายเปิดผนึกถึงผู้ป่วยโรคมะเร็ง (มะเร็งลำไส้ใหญ่)
เมื่อผมทราบว่าตนเองเป็นโรคมะเร็งแล้ว ผมผวาตกใจเหมือนทุกๆ คน “ทำไมต้องเป็นผม” ต่อมาคิดด้วยความผวากลัวว่า “ผมใกล้จะตายแล้ว” [view 21380 ]

  ลิงค์ที่น่าสนใจ

ครอบครัวเทียนเซียน

-->

มะเร็ง

โภชนบำบัดมะเร็ง
ค้นหา keyword
การฉายรังสี การดูแลผู้ป่วย การฝังแร่ การรักษามะเร็ง กำลังใจจากผู้ป่วย ความรู้โรคมะเร็ง ชี่กง ธรรมะรักษาโรค ผ่าตัด มะเร็ง มะเร็งกระดูก มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งช่องปาก มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมไทรอยด์ มะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก มะเร็งผิวหนัง มะเร็งรังไข่ มะเร็งลำไส้ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งสมอง มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งเต้านม มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งโพรงจมูก มะเร็งโพรงมดลูก มะเร็งไต ยาน้ำเทียนเซียน รักษามะเร็ง รังสีรักษา สมุนไพรจีน สมุนไพรเพื่อสุขภาพ สุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ อุลตร้าซาวน์ เคมีบำบัด เนื้องอกในสมอง แมมโมแกรม โภชนบำบัดมะเร็ง

 

www.siamca.com ขอสงวนสิทธิ์ ในการนำรูปภาพ หรือ ข้อความในเว็บไซต์ ไปเผยแพร่ หรือ ทำซ้ำ จะต้องได้รับการอนุญาตก่อนจึงจะกระทำได้ 
 
## Thailand Cancer Rehabilitation Club ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยมะเร็ง กิจกรรมสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง รอบรู้เรื่องมะเร็ง อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง การดูแลผู้ป่วยมะเร็ง การรักษามะเร็งแต่ละชนิด ##

   | Check Mailลิงค์เพื่อนบ้าน