วันนี้ที่ผ่านเรื่องเลวร้าย
ภูมิชีวิตแข็งแรงเอาชนะมะเร็งตับ
เรียบเรียงจากประสบการณ์จริงของผู้ป่วยมะเร็งตับ สุชาติ เตียววัฒนานนท์
โดย ....ธิตา
หากปล่อยปละละเลยร่างกาย จนมะเร็งตับลุกลามไปถึงระยะ 3 ระยะ 4 แล้วก็ยากที่จะรักษา บางครั้ง "ยาถึงหมอถึง" ก็เป็นเพียงแค่การประคองชีวิตไประยะหนึ่งเท่านั้น
หากจะนับย้อนไปไม่นาน หลายคนคงคิดถึง ยอดรัก สลักใจ นักร้องลูกทุ่งขวัญใจของใครหลายคน กับข่าวร้ายที่เกิดขึ้นกับเขาซึ่งหลายคนนึกไม่ถึง เมื่อมีการปรากฏตามสื่อว่า "ยอดรักป่วยเป็นมะเร็งตับ" ทุกคนที่เฝ้าติดตามข่าว ล้วนแต่เอาใจช่วย แม้จะรู้ดีว่ามะเร็งตับเป็นโรคร้ายแรง ใครที่ป่วยเป็นโรคนี้มักมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน และแล้ว ........ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อยอดรักจากไปในที่สุด ด้วยเวลานับจากเริ่มมีข่าวเพียงไม่นานนัก อันเป็นไปตามอาการของโรค
เหตุใด มะเร็งตับ จึงเป็นโรคที่ร้ายแรงเพียงนี้ และจะมีใครบ้างไหมหนอ ที่จะสามารถฝ่าฟันเอาชนะโรคร้ายนี้มาได้ เคล็ดลับของการพิชิตโรคนี้คืออะไร หรือเพียงแต่รู้ว่าป่วยเป็นมะเร็งตับ ก็เหมือนความตายมารออยู่ตรงหน้าแล้ว
หากแต่มีชายคนหนึ่ง ที่สามารถพิชิตโรคร้ายนี้มาได้เกือบ 4 ปีแล้ว แถมเอาชนะคำพูดที่หมอเคยให้ทำใจ เพราะไม่รอดแน่ แต่ด้วยความอดทนรักษาตามขั้นตอนทางการแพทย์ ประกอบกับจิตใจสู้อย่างไม่ท้อถอย และร่างกายที่แข็งแรงเป็นทุนเดิม มีภูมิต้านทานโรคที่ดี เขาจึงผ่านวิกฤตนั้นมาได้ในที่สุด
เรากำลังพูดถึง สุชาติ เตียววัฒนานนท์ หนุ่มใหญ่อารมณ์ดี เจ้าของกิจการขายส่งสินค้าประเภทสายไฟ และอุปกรณ์มือถือ วัย 55 ปี ที่ค้นพบมะเร็งตับ เมื่อประมาณต้นปี 2548
"ที่ผ่านมาผมเป็นคนดื่มเหล้าเยอะมาก ดื่มมาเป็นสิบๆ ปี ดื่มเพราะเรื่องของสังคมและหลายๆ เรื่อง บางทีไม่ได้ดื่มเหล้า เปลี่ยนมาดื่มเบียร์แทนดื่มทีก็ครั้งละ 4 ขวดเลย ผมไม่ได้คิดว่าดื่มเหล้าแบบสามล้อถูกหวยนะ แต่ก็ยอมรับว่าดื่มเยอะจริงๆ จนมาวันหนึ่งเลยพบว่าเป็นไวรัสตับอักเสบบี หลังจากนั้นก็เริ่มระวังมากขึ้น"
แต่ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อวันหนึ่งเขาเริ่มปวดท้อง และเมื่อแฟนของเขาจากไปเพราะมะเร็งตับ เขาก็เริ่มคิดว่าตัวเองอาจมีปัญหาเช่นกัน เลยไปตรวจอุลตร้าซาวด์พบว่ามีจุดหนึ่งในตับ จากนั้นก็ไปตรวจซีทีสแกนเพื่อให้มีความละเอียดมากขึ้น ก็พบว่ามีก้อนขนาด 2-3 เซนติเมตร เมื่อตรวจจนแน่ใจว่าเป็นมะเร็งตับแล้ว หมอก็แนะนำให้ผ่าตัด
เมื่อตรวจพบแล้ว และสามารถผ่าตัดก้อนที่ตับออกได้ ต่อมาหมอเฝ้าระวังอาการมาเรื่อยๆ จนกระทั่งปี 2549 มีข่าวร้ายรอบสอง เพราะตรวจพบก้อนที่ตับอีก หมอจึงให้ฉีด TOCE (Transarterial Oily-chemoembolization) หรือการรักษาโดยรังสีแพทย์ หลักการคือ การนำยาเข้าไปรักษาที่ตัวก้อนเนื้องอกในตับโดยตรง โดยวิธีนี้ รังสีแพทย์จะใช้สายสวนหลอดเลือดขนาดเล็กประมาณไส้ปากกาสอดเข้าหลอดเลือดแดงจากบริเวณขาหนีบ และอาศัยกระบวนการภายใต้เครื่องเอ็กซเรย์ที่เห็นภาพเคลื่อนไหวจากจอได้ตลอดเวลา เพื่อให้สายสวนขึ้นไปที่บริเวณตับและไปยังเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงตัวเนื้องอกโดยตรง แล้วฉีดยาผ่านสายสวนเข้าไปที่ก้อนเนื้องอก
"หลังผ่าตัด ผมมีการติดเชื้ออยู่ 20 กว่าวัน หมอก็ให้ยามาฆ่าเชื้อ แต่ก็ยังไม่หาย ผมต้องผ่าที่ปอดเอาหนองออกอีก แต่เชื่อไหมครับหลังจากนั้น 10 กว่าวันก็หาย สักพักก็ไปเที่ยวเมืองจีนเลย ยอมรับว่าอาจเดินทางเร็วไป ก็ติดเชื้ออีก จนต้องเข้าโรงพยาบาลอีก 20 กว่าวัน หลังจากนั้นผมก็หายปกติมาจนทุกวันนี้"
ใครจะเชื่อว่า คนไข้มะเร็งตับที่หมอบอกว่าจะไม่รอด กลับอยู่มาได้จนทุกวันนี้ ลองมาฟังเรื่องราวที่น่าสนใจของหนุ่มใหญ่ผู้นี้
" ผมว่าผมร่างกายแข็งแรงสู้ไหว และก็เป็นระยะแรกๆด้วย ส่วนแฟนผมเขาเป็นระยะ 4 แล้ว เขาก็อยู่ได้ 3 เดือน เขาอาจจะหาหมอช้าไปด้วย ตอนนั้นมีเพียงใช้มอร์ฟีนทั้งแบบแปะและแบบดื่ม จนถึงวันหนึ่งที่ปวดท้องมากๆ เขาทั้งแปะทั้งดื่ม พอเข้าโรงพยาบาลตอนเช้าก็เสียตอนเที่ยงเลย"
"ผมว่าเซลส์ร่างกายผมดี เรามาป่วยในจังหวะที่แข็งแรง หากร่างกายอ่อนแอ ป่านนี้ไม่รอดแล้วครับ"
เคล็ดลับการเสริมสร้างสุขภาพของหนุ่มผู้นี้ แม้ไม่เหมือนใคร ฟังแล้วอาจน่าทึ่ง
สุชาติเล่าว่า ตัวเขาเองเป็นคนไม่ค่อยอนามัยมากเหมือนคนอื่น เป็นคนทำงานแบบสมบุกสมบัน ตัวเขาเองผ่านชีวิตที่เคยลำบาก สมัยยังหนุ่มๆ บางครั้งงานของเขาต้องมุดตามท่อ ตามใต้ถุน เป็นการทำงานที่ใช้แรงมหาศาล ได้ออกกำลังทุกวัน แต่นั่นเอง อาจทำให้ภูมิคุ้มกันของเขาแข็งแรงขึ้น สุชาติบอกว่าเขาไม่เคยเป็นคนที่มีอนามัยสูง เวลาทานอาหารไม่เคยต้องลวกช้อนลวกส้อม เขาว่าบางครั้งอนามัยมากเกินไปก็ไม่ดี แต่เรื่องนี้คงต้องขึ้นกับสุขภาพของแต่ละคน
ประกอบกับจิตใจที่เข้มแข็ง คิดเสียว่า "อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด หากถึงเวลาตายก็ต้องตาย อยู่ได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น" เป็นคนไม่คิดมาก ไม่เครียด
ช่วงที่เขาเจ็บป่วย ยังได้รับรู้เรื่องราวของยาน้ำสมุนไพรจีน "ผมใช้ยาน้ำเทียนเซียมาตั้งแต่เริ่มป่วย ราวปี 2548-2549 ช่วงแรกๆ เราหวังผลให้ควบคู่ไปกับการรักษา เพราะมีการให้คีโมแบบรับประทานด้วย ตอนนี้หายดีแล้วก็ยังใช้อยู่ แม้อาจจะลืมๆไปบ้างบางวันแต่ยังพยายาม ใช้แล้วก็มีส่วนช่วยเรื่องสุขภาพได้เยอะครับ"
นอกจากนี้ คุณสุชาติยังมีการออกกำลังกาย การปรับวิธีทานอาหารใหม่ เพื่อเป็นเคล็ดลับที่ทำให้สุขภาพดี อายุยืนยาว
"ผมจะออกกำลังกายบ้าง เพราะการออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันตัวเอง บางครั้งก็เข้าเซาน่า นอนตื่นแต่เช้า เรื่องเหล้าเบียร์ก็เลิกเลย ทำใจให้สบายๆ เรื่องเครียดก็มีบ้าง ผมว่ามีกันทุกคน ไหนจะเรื่องงาน เรื่องครอบครัว ต้องพยายามคิดว่าเรื่องมันผ่านแล้วก็ผ่านไป ไม่ต้องคิดอีก"
สำหรับเรื่องอาหาร สุชาติเน้นว่า กินอาหารได้แทบทุกอย่าง แต่ให้กินพอควร อาจจะมีที่ต้องเลี่ยงคือของมัน ทุกวันนี้เขาก็ดื่มน้ำผักผลไม้ รวมถึงกินผักผลไม้สด เนื้อสัตว์ก็มีแต่ต้องไม่มัน เขาบอกว่าไม่เคยซีเรียสเรื่องอาหารการกิน มีอะไรก็กินได้หมด
"ต้นไม้ใบหญ้าอะไร ผมก็เอามาปั่นมาดื่มกินบ้าง แล้วแต่คนในบ้านจะจัดหามาให้ เรื่องอาหารเป็นเรื่องที่ผมไม่เคยคิดมาก กินตามสบายๆ อยากกินอะไรก็กิน อย่าไปเคร่งครัดมาก เพราะบางคนจะห้ามผู้ป่วยมะเร็งกินโน่นกินนี่ แต่ผมก็กินปกติ "
ส่วนเรื่องการพบหมอเพื่อติดตามอาการ สุชาติกล่าวว่า เขาก็ไปตามนัด จะไม่ดิ้นรนขวนขวายอะไรเป็นพิเศษ เขากล่าวอย่างขำๆว่า บางคนเป็นมะเร็ง เป็นแล้วเหมือนเป็นโรคสติแตก เพราะเครียดว่าอาจต้องตาย ดิ้นรนไปหาหมอแผนปัจจุบันบ้าง หาหมอแผนโบราณบ้าง จนทำให้ตีกันระหว่างศาสตร์แผนปัจจุบันและแผนโบราณ แต่สำหรับเขาแล้วเน้นว่า ทุกอย่างอยู่ที่ความสะดวกและพร้อม ควรทำชีวิตให้สบายๆ ดีกว่า
กรณีของยอดรัก เขาก็ติดตามข่าวมาตลอดเหมือนเช่นคนอื่น แต่ ณ วันที่เขารู้ข่าวอาการป่วยของยอดรัก เขาก็ได้ศึกษาเรื่องราวของมะเร็งตับมาพอสมควรแล้ว เขารู้ดีว่าหากปล่อยปละละเลยร่างกาย จนมะเร็งตับลุกลามไปถึงระยะ 3 ระยะ 4 แล้วก็ยากที่จะรักษา บางครั้ง "ยาถึงหมอถึง" ก็เป็นเพียงแค่การประคองชีวิตไประยะหนึ่งเท่านั้น ซึ่งการจากไปของยอดรักก็นับว่าน่าเสียใจมากเช่นกัน
หนุ่มผู้ที่มีอารมณ์ดีผู้นี้ ยังให้คำแนะนำว่า อย่างที่บอกไปแล้ว คือ ต้องพยายามทำร่างกายให้แข็งแรง ให้มีภูมิต้านทานโรค คนเราทุกวันนี้ต้องพยายามไม่มีชีวิตที่สบายเกินไป ต้องหัดทรหดอดทน ทำงานหนักเสียบ้าง เพื่อที่ว่าเมื่อร่างกายต้องรับกับเชื้อโรค ก็จะมีภูมิคุ้มกันเหมือนเช่นเขา
|