[x]ปิดหน้าต่าง
Powered by www.siamca.com
SiamCA Member Clubs
;ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา เพื่อรับสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย ขอบคุณค่ะ.... [x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
Close
หน้าล็อคอิน
Username : Password :   [สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]


 

บทความรู้โรคมะเร็ง

  [ ดูบทความทั้งหมด ]

  ปรับชีวิตพิชิตมะเร็ง

 
  พุธ ที่ 9 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2553
Tag :    Bookmark and Share



         ปรับชีวิตพิชิตมะเร็ง  
         
( มะเร็งมดลูก)  
                                              
       โดย  ชูศรี กุลวัฒโฑ

            
             มะเร็ง...เปรียบเสมือนเพชฌฆาตเงียบที่น่าสะพรึงกลัวอันดับหนึ่งของมวลมนุษยชาติ  เพราะมะเร็งสามารถจะคร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกอย่างเงียบงัน โดยปราศจากความเมตตามาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน และยังจะรุกรานต่อไปอีกโดยไม่รู้ว่าเมื่อไรจะมีผู้ค้นพบนวัตกรรมใหม่บำบัดรักษา และยับยั้งการขยายตัวของโรคมะเร็งได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยไม่ส่งผลกระทบต่อระบบอื่นๆ ของร่างกายมนุษย์
 
         ปัจจุบันผู้คนส่วนมากยังมีความเชื่อว่าโรคมะเร็งเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้  ผู้ป่วยเป็นมะเร็งแล้วจะต้องนอนรอวันตายอย่างเดียว  ขณะเดียวกันปรากฏว่ายังมีผู้ป่วยมะเร็งจำนวนไม่น้อยที่ไม่ยอมพ่ายแพ้  ไม่ท้อแท้สิ้นหวัง  ตั้งสติกำลังยืนหยัดกัดฟันสู้กับโรคร้ายทุกวิถีทางอย่างกล้าหาญอดทน
 
         ความร้ายกาจอย่างหนึ่งของโรคมะเร็งคือ  ไม่แสดงอาการให้ผู้ป่วยรู้ตัวตั้งแต่ระยะเริ่มแรกที่เกิดโรค  ผู้ป่วยส่วนมากกว่าจะรู้ตัวอย่างชัดแจ้ง  ก็ปรากฏว่าเจ้าเซลล์เนื้อร้ายนั้นได้ลุกลามแตกกระจายขยายตัวไปจนเป็นต่อร่างกายมากเสียแล้ว  บางคนที่โชคร้ายมากเมื่อตรวจพบก็ปรากฏว่าเป็นมะเร็งขั้นสุดท้ายแล้ว
 
         สำหรับดิฉัน ย้อนหลังไปประมาณปี 2006 ได้สังเกตเห็นความผิดปกติของร่างกายคือ  มีเลือดออกจากช่องคลอดเล็กน้อยทั้งที่หมดประจำเดือนมาแล้วร่วม 20 ปี  เพราะปัจจุบันอายุเกือบ 80 แล้ว (เกิดปี 1934) ไม่มีครอบครัว  โดยไม่นิ่งนอนใจ  จึงตัดสินใจไปโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ตรวจภายในทันที  ผลการตรวจครั้งแรกคุณหมอได้วินิจฉัยว่า  ผู้สูงอายุส่วนมากเนื้อเยื่อในมดลูกจะบอบบางอาจเกิดบาดแผลได้ง่าย  จึงให้ครีมมาทา  เพื่อให้เนื้อเยื่อนั้นแข็งแรงขึ้น  ซึ่งก็ปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัดประมาณหนึ่งเดือนยาหมด  
        
         แต่ปรากฏว่ามีเลือดออกเหมือนเดิมอาการผิดปกติอื่นไม่มี  จึงได้พบคุณหมอท่านเดิมตรวจเป็นครั้งที่ 2  ซึ่งคุณหมอให้การรักษาเหมือนเดิมและให้กำลังใจว่า  ทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้น  ดิฉันได้ปฏิบัติตามจนเวลาล่วงเลยไปเกือบ 2 เดือนแล้ว  อาการเลือดออกยังคงเดิม จึงเริ่มไม่สบายใจอยากทราบสาเหตุของความผิดปกติโดยเร็ว จึงตัดสินใจไปพบคุณหมออีกท่านหนึ่งที่โรงพยาบาลเดิม  ผลการตรวจและรักษาก็เป็นเช่นเดิมอีก จนเวลาได้ผ่านไป 3 เดือนกว่า  อาการเลือดออกจากช่องคลอดไม่ดีขึ้นเลย  ความวิตกกังวลใจเริ่มมากขึ้น  พยายามที่จะหาคำตอบเกี่ยวกับความผิดปกติในร่างกายให้ได้  จึงได้ตัดสินใจไปตรวจครั้งที่ 4 โดยเลือกพบแพทย์หญิงท่านหนึ่งที่โรงพยาบาลเดิม  ครั้งนี้มีการตรวจอย่างละเอียดและชัดเจนขึ้นโดยคุณหมอนัดให้ไปทำการขูดมดลูก  เพื่อจะนำชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา  และรอฟังผลการตรวจภายหลังจากนั้นประมาณหนึ่งสัปดาห์
 
         เมื่อถึงวันนัดฟังผล  คุณหมอได้รายงานผลการตรวจให้ทราบว่า  พบมะเร็งในมดลูก  โดยจะต้องได้รับการตรวจอย่างละเอียดตามขั้นตอนต่อไป  เพื่อวางแผนการบำบัดรักษาตามอาการของโรคให้ดีที่สุดโดยเร็ว  ข้าพเจ้ารู้สึกตกใจชั่วขณะหนึ่ง  ถามตัวเองในใจว่า  เราเป็นมะเร็งจริงหรือ?  ซึ่งคุณหมอได้เรียกญาติให้ไปรับทราบด้วย และนัดให้ไปติดต่อพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการตรวจวินิจฉัยโรคเพิ่มเติมโดยละเอียด  เพื่อประเมินสุขภาพและหาระยะโรค ตลอดจนวางแผนการบำบัดรักษาที่ดีที่สุดต่อไป... 
 
        หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ ได้ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคทำการตรวจเพิ่มเติมอย่างละเอียดถี่ถ้วน และแจ้งให้ทราบว่าจะต้องทำการผ่าตัดมดลูกและรังไข่ออก  นำชิ้นเนื้อร้ายไปตรวจสอบทางพยาธิวิทยา  เพื่อให้ทราบถึงระยะของโรคและวางแผนการบำบัดรักษา ว่าจะมีการรักษาร่วมอื่นๆ เช่น รังสีรักษา และ/หรือ ใส่แร่ และ/หรือ เคมีบำบัด  อย่างไรหรือไม่?  โดยให้รอวันผ่าตัดใหญ่ต่อไป
 
         การดำเนินการผ่าตัดเป็นไปด้วยดี  ไม่มีการแพ้ยา และ/หรือ อาการแทรกซ้อนใดๆ  ผลการตรวจชิ้นเนื้อต่างๆนั้นปรากฏว่า... เป็นมะเร็งที่เยื่อมดลูก ระยะที่ 3!!  วิธีการรักษาจะต้องทำการให้รังสีรักษาจำนวน 25 ครั้ง ติดต่อกัน เว้นวันเสาร์และอาทิตย์  และใส่แร่ร่วมด้วย 3 ครั้ง  โดยไม่มีการให้เคมีบำบัด นับว่าโชคดีมากที่ไม่ต้องผจญกับความทรมานในการให้คีโม และการไม่มีโรคประจำตัวอื่นๆ ที่จะเป็นอุปสรรคต่อการรักษา  จึงเป็นผลให้แผลจากการผ่าตัดหายเป็นปกติโดยเร็ว  ส่วนการรับรังสีและการใส่แร่ก็เป็นไปด้วยดี  ไม่มีอาการแทรกซ้อน และ/หรือ เกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ ปรากฏเพียงอาการท้องเสียและปัสสาวะลำบากเล็กน้อยเท่านั้น

         ช่วงเวลาของการพักฟื้นร่างกาย  เพื่อฟื้นฟูสุขภาพกาย-ใจ และสร้างภูมิคุ้มกัน รวมทั้งภูมิต้านทานร่างกายให้ดีขึ้นนั้น อาหารเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งที่จะต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ  ดังนั้นจึงเสาะแสวงหาตำราอาหารต้านมะเร็งมาศึกษามากมาย  และพบหนังสือของชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็งชื่อ “ต้านมะเร็ง...ด้วยอาหาร” ซึ่งได้ขายควบคู่กับหนังสือ “100เรื่องจริงของผู้ป่วยที่พิชิตโรคมะเร็ง

         หนังสือทั้งสองเล่มดังกล่าวเปรียบเสมือนดวงประทีปที่มาช่วยส่องแสงให้ผู้ติดอยู่ในอุโมงค์มืด ได้แลเห็นเส้นทางสว่างที่เดินออกจากมุมมืดที่น่ากลัวได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ!  การที่กล่าวเช่นนั้นก็เพราะเหตุว่าใน หนังสือ “100 เรื่องจริงของผู้ป่วยที่พิชิตโรคมะเร็ง” นั้นได้มีการเขียนถึงยาสมุนไพรจีน “ยาน้ำเทียนเซียน” ซึ่งนายแพทย์หวาง เจิ้น กั๋ว เป็นผู้ค้นคว้าและวิจัยมาเป็นเวลายาวนาน จนเป็นที่ยอมรับจากสถาบันวิจัยหลายแห่ง ซึ่งเป็นที่นิยมและรู้จักของผู้ป่วยโรคมะเร็งจำนวนมาก ประการสำคัญ คือ สามารถประสานการรักษาร่วมกับการรักษาของแพทย์แผนปัจจุบันได้เป็นอย่างดี  จึงตัดสินใจใช้ทันที โดยการรักษาทางแพทย์แผนปัจจุบันก็คงดำเนินการอย่างเคร่งครัดตามปกติต่อไป
 
         หลังจากนั้นได้พยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตอย่างมีระเบียบวินัย  ทั้งด้านการกิน  การนอน  การออกกำลังกาย  การพักผ่อนและการปฏิบัติธรรม เป็นต้น  เมื่อเวลาผ่านไปเดือนเศษเริ่มรู้สึกว่า  สุขภาพโดยรวมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  คือ  ผลการตรวจเลือด  ปรากฏว่าอาการตับอักเสบที่ทำการรักษามานานนับสิบปีนั้น มีค่าทำงานของตับดีขึ้นเป็นลำดับ  จนกระทั่งปัจจุบันนี้ตับสามารถทำงานได้ดีเป็นปกติ  ส่วนด้านการรักษาโรคมะเร็งโดยรวมก็ดีไม่มีอะไรผิดปกติเช่นกัน จึงมีความเชื่อมั่นว่ายาน้ำเทียนเซียนน่าจะเป็นองค์ประกอบที่สำคัญส่วนหนึ่งที่มาช่วยสนับสนุนการรักษา ให้สามารถเสริมสร้างภูมิต้านทานและเพิ่มสมรรถนะการต้านมะเร็ง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ 

         โดยปรากฏว่า  แพทย์แผนปัจจุบันที่ให้การดูแลรักษาทุกท่าน  ทั้งแพทย์ผู้ผ่าตัด  แพทย์ผู้ให้รังสีและฝังแร่ตลอดจนแพทย์ผู้ดูแลรักษาโรคตับอักเสบ  ต่างมีความพอใจในผลการรักษาเพราะสุขภาพโดยรวมที่ดีขึ้นเป็นลำดับ  แพทย์จึงได้กำหนดนัดตรวจห่างขึ้นจากเดือนละครั้งเป็น 2 เดือน, 3 เดือน และ 4 เดือน 

         ปัจจุบันนี้ดิฉันยังคงดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องมาตลอด เสริมสร้างพลังกายและพลังใจที่จะยืนหยัดต่อสู้กับเพชฌฆาตเงียบ คือ มะเร็งร้ายต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ  ไม่สิ้นหวัง  ทั้งนี้ โรคมะเร็งร้ายจะหายหรือไม่หาย..ไม่สำคัญ ขอเพียงให้ปัจจุบันมีความสุขมีคุณภาพชีวิตที่ดี  มีกำลังใจดีอยู่อย่างมีสติก็พอใจที่สุดแล้ว  

 


เข้าชม : 5329   [ ขึ้นบน ]

มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งตับ มะเร็งปอด

5 อันดับล่าสุด


  ลิงค์ที่น่าสนใจ

ครอบครัวเทียนเซียน

-->

มะเร็ง

โภชนบำบัดมะเร็ง
ค้นหา keyword
การฉายรังสี การดูแลผู้ป่วย การฝังแร่ การรักษามะเร็ง กำลังใจจากผู้ป่วย ความรู้โรคมะเร็ง ชี่กง ธรรมะรักษาโรค ผ่าตัด มะเร็ง มะเร็งกระดูก มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งช่องปาก มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมไทรอยด์ มะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก มะเร็งผิวหนัง มะเร็งรังไข่ มะเร็งลำไส้ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งสมอง มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งเต้านม มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งโพรงจมูก มะเร็งโพรงมดลูก มะเร็งไต ยาน้ำเทียนเซียน รักษามะเร็ง รังสีรักษา สมุนไพรจีน สมุนไพรเพื่อสุขภาพ สุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ อุลตร้าซาวน์ เคมีบำบัด เนื้องอกในสมอง แมมโมแกรม โภชนบำบัดมะเร็ง

 

www.siamca.com ขอสงวนสิทธิ์ ในการนำรูปภาพ หรือ ข้อความในเว็บไซต์ ไปเผยแพร่ หรือ ทำซ้ำ จะต้องได้รับการอนุญาตก่อนจึงจะกระทำได้ 
 
## Thailand Cancer Rehabilitation Club ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยมะเร็ง กิจกรรมสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง รอบรู้เรื่องมะเร็ง อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง การดูแลผู้ป่วยมะเร็ง การรักษามะเร็งแต่ละชนิด ##

   | Check Mailลิงค์เพื่อนบ้าน