[x]ปิดหน้าต่าง
Powered by www.siamca.com
SiamCA Member Clubs
;ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา เพื่อรับสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย ขอบคุณค่ะ.... [x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
Close
หน้าล็อคอิน
Username : Password :   [สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]


 

บทความรู้โรคมะเร็ง

  [ ดูบทความทั้งหมด ]

  ยารักษาแบบมุ่งเป้า

 
  พุธ ที่ 29 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2553
Tag : มะเร็ง: การรักษามะเร็ง: ความรู้โรคมะเร็ง    Bookmark and Share


ยารักษาแบบมุ่งเป้า
ดร. กมล  ไชยสิทธิ์
Pharmacologist

       การรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันโดยเฉพาะวิธีการให้เคมีบำบัดนั้น ถือว่าเป็นการรักษาที่มีผลข้างเคียงได้มาก เพราะยาเคมีบำบัดเป็นยาที่มีความจำเพาะเจาะจงต่อเซลล์ต่ำ ทำให้เมื่อได้รับเคมีบำบัดเซลล์ใดที่เจริญเติบโตเร็ว ได้แก่ เยื่อบุช่องปาก ผนังลำไส้ เป็นต้น มีผลกระทบมาก เซลล์ที่ดีถูกทำลายไปด้วย ผู้ป่วยจึงเกิดอาการท้อแท้ใจไม่อยากเข้าสู่การรักษา  แพทย์และนักเภสัชวิทยาจึงพยายามคิดค้นยาใหม่ๆ ที่จะช่วยให้การรักษามะเร็งมีประสิทธิภาพและออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงกับเซลล์มะเร็งมากขึ้น ด้วยความรู้ทางด้านพันธุศาสตร์และวิทยาภูมิคุ้มกันที่พัฒนามากขึ้น นักวิทยาศาสตร์จึงเกิดแนวคิดว่า ปกติแล้วการทำงานของร่างกายเรามีการสร้างภูมิคุ้มกันที่เฉพาะเจาะจงกับเชื้อโรคอยู่แล้ว เช่น วัคซีนพิษสุนัขบ้าออกฤทธิ์ต่อการกระตุ้นการต้านพิษสุนัขบ้าเท่านั้น ไม่ได้มีผลต่อเซลล์ปกติ พบว่าการเฉพาะเจาะจงนั้นเกี่ยวเนื่องกับสารที่เรียกว่าแอนตี้บอดี (antibody) ซึ่งปกติจะหลั่งออกมาจาก B-cell แต่ข้อเสีย คือ ในหนึ่งแอนตี้บอดี  อาจมีตัวที่จดจำที่จะเข้าไปจับกับเชื้อโรค (epitobe) มากกว่า 1 ตำแหน่ง จึงต้องทำการพัฒนาต่อไป
           
      จนกระทั่งมีการนำความรู้ทางด้านวิทยาภูมิคุ้มกัน (immunology) มาใช้อธิบายการเกิดโรคต่างๆ ได้หลายชนิด มีการประยุกต์เอาความรู้ในสาขานี้ไปใช้ในการวินิจฉัยโรคทางห้องปฏิบัติการ โดยมีความไวสูงและแม่นยำ รวมทั้งมีการนำเทคนิคทางวิทยาภูมิคุ้มกันใหม่ๆ ไปประยุกต์ใช้ในวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Biological Science) แทบทุกสาขา ระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมามีการคิดค้นวิธีการผลิตโมโนโคลนอล แอนติบอดี (monoclonal antibodies, Mabs) ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อวงการวิทยาศาสตร์ ทำให้ผู้ค้นพบ คือ George Kohler และ Caesar Milstein ได้รับรางวัลโนเบลในปี ค.ศ. 1984 ในสาขาการแพทย์ด้านวิทยาภูมิคุ้มกัน โดยการนำเอาแอนติเจน (antigen) มาฉีดเข้าตัวหนู ปล่อยให้หนูสร้างภูมิคุ้มกันมาต้านแอนติเจนที่ฉีดเข้าไป จากนั้นนำ B-cell ที่พัฒนาเป็นพลาสมาเซลล์ พร้อมที่จะหลั่งแอนติบอดี แล้วแยกออกจากกายของหนูมาไว้ในจานเพาะเลี้ยงที่มีเซลล์มะเร็ง myeloma อยู่เพราะเซลล์มะเร็งเป็นเซลล์ที่เจริญเติบโตได้มากไมหยุดยั้ง จึงให้ plasma cell มา fuse รวมกับ myeloma เพื่อหวังผลในการสร้างแอนติบอดีที่เราต้องการศึกษาให้มากขึ้น จากนั้นนำเซลล์มาแยกประเภท เลือกเอาเฉพาะเซลล์ที่มีแอนติบอดีที่เฉพาะเจาะจงกับแอนติเจนที่เราต้องการเท่านั้น มาทำการตัดต่อส่วนของแอนติบอดีหนูเพื่อรวมกับแอนติบอดีที่มาจากคนต่อไป



โมโนโคลนอล แอนติบอดี จึงถือเป็นสารที่พัฒนาด้วยวิธีการทางวิศวพันธุศาสตร์ แบ่งเป็น

1. chimeric antibody ซึ่งเกิดจากการตัดต่อพันธุกรรม DNA ของมนุษย์และหนู (murine) โดยมีสัดส่วนที่มาจากมนุษย์ 65-90%

2. humanized antibody ซึ่งมีสัดส่วนที่มาจากมนุษย์ 95% 

3. fully human antibody เป็นส่วนของมนุษย์ทั้งหมด
      ซึ่งการยิ่งทำให้แอนติบอดีที่ได้ใกล้เคียงกับมนุษย์มากเท่าใด ก็จะลดปัญหาการเกิดปฏิกิริยาการแพ้ได้มากเท่านั้น  โมโนโคลนอล แอนติบอดี เหล่านี้ จะเห็น epitobe เดียวเท่านั้น จะไม่ไปจับกับเซลล์อื่นที่ไม่ต้องการอีก ทำให้เกิดความจำเพาะเจาะจงต่อการออกฤทธิ์ของยามากขึ้น จึงถือเป็นกลุ่มโมเลกุลาทาร์เก็ต (molecular target) คือ ออกฤทธิ์จำเพาะต่อโมเลกุล ซึ่งโมเลกุลาทาร์เก็ตที่ดีในการรักษามะเร็งนั้น ควรมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1. มีความจำเพาะต่อเซลล์มะเร็ง ดังนั้นควรศึกษาให้ทราบถึงเฉพาะเซลล์มะเร็งจะพบตัวรับแบบนี้เท่านั้น ซึ่งหาไม่เจอในเซลล์ปกติ
2. มีผลตอบสนองต่อการรักษาเมื่อนำมาใช้จริง
3. เมื่อยาเข้าไปยับยั้งที่ตัวรับ ให้ผลการรักษาเฉพาะในกลุ่มที่ express molecular target นั้น แต่ไม่ให้ผลตอบสนองใดๆ ในผู้ป่วยที่ไม่ express molecular target นั้น
 
      ตัวอย่างเช่นเราทราบว่า epidermal growth factor (EGF) เมื่อมาจับกับ epidermal growth factor receptor (EGFR) ทำให้กระตุ้นการเติบโตของเซลล์ได้มาก จึงพยายามหาทางยับยั้งตัวรับสารดังกล่าว ยาที่อยู่ในกลุ่มนี้ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้แก่ cetuximab (Erbitux®) หรือสารที่ยับยั้งเอนไซม์ tyrosine kinase ทำให้เกิดการตายของเซลล์ ลดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ gefitinib (Iressa®), erlotinib (Tarceva®) ผลข้างเคียงที่พบบ่อยได้แก่ การเกิดผื่นคล้ายสิว (acne-like rash) และท้องเสีย (diarrhea) เป็นต้น

 

  

 

 

ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ฟรี คลิกที่นี่ หรือโทร 02-6640078


เข้าชม : 14394   [ ขึ้นบน ]

มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งตับ มะเร็งปอด

การรักษามะเร็ง 5 อันดับล่าสุด

55 ยาระงับการปวดในผู้ป่วยมะเร็ง
ยาระงับปวดก็ต้องให้ตามความเจ็บปวด ผู้ป่วยมะเร็งปวดแบบไหนให้ยาอย่างไร เรามีคำตอบ [view 1970 ]
55 การแพทย์ส่วนบุคคลสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง
ให้ผลการรักษาที่ดีกว่า ผลข้างเคียงที่น้อยลง [view 1815 ]
55 จะดีแค่ไหนมะเร็งหายขาด
การรักษามะเร็งให้ได้ผล ต้องทำลายทั้งเซลล์มะเร็งและเซลล์ต้นกำเนิดไปพร้อมกัน [view 6220 ]
55 ยาตีกันในผู้ป่วยมะเร็ง
การใช้ยารักษาโรคมะเร็งนั้น ขนาดของยาที่ใช้เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะส่งผลต่อการรักษา [view 4587 ]
55 การฝังแร่รักษามะเร็ง
การฝังแร่สามารถรักษามะเร็งได้หลายชนิด อาทิ มะเร็งปากมดลูก รังไข่ เยื่อบุมดลูก หลอดอาหาร ลำไส้ใหญ่ ปอด ฯลฯ [view 8884 ]

  ลิงค์ที่น่าสนใจ

ครอบครัวเทียนเซียน

-->

มะเร็ง

โภชนบำบัดมะเร็ง
ค้นหา keyword
การฉายรังสี การดูแลผู้ป่วย การฝังแร่ การรักษามะเร็ง กำลังใจจากผู้ป่วย ความรู้โรคมะเร็ง ชี่กง ธรรมะรักษาโรค ผ่าตัด มะเร็ง มะเร็งกระดูก มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งช่องปาก มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมไทรอยด์ มะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก มะเร็งผิวหนัง มะเร็งรังไข่ มะเร็งลำไส้ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งสมอง มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งเต้านม มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งโพรงจมูก มะเร็งโพรงมดลูก มะเร็งไต ยาน้ำเทียนเซียน รักษามะเร็ง รังสีรักษา สมุนไพรจีน สมุนไพรเพื่อสุขภาพ สุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ อุลตร้าซาวน์ เคมีบำบัด เนื้องอกในสมอง แมมโมแกรม โภชนบำบัดมะเร็ง

 

www.siamca.com ขอสงวนสิทธิ์ ในการนำรูปภาพ หรือ ข้อความในเว็บไซต์ ไปเผยแพร่ หรือ ทำซ้ำ จะต้องได้รับการอนุญาตก่อนจึงจะกระทำได้ 
 
## Thailand Cancer Rehabilitation Club ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยมะเร็ง กิจกรรมสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง รอบรู้เรื่องมะเร็ง อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง การดูแลผู้ป่วยมะเร็ง การรักษามะเร็งแต่ละชนิด ##

   | Check Mailลิงค์เพื่อนบ้าน