[x]ปิดหน้าต่าง
Powered by www.siamca.com
SiamCA Member Clubs
;ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา เพื่อรับสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย ขอบคุณค่ะ.... [x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
Close
หน้าล็อคอิน
Username : Password :   [สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]


 

บทความรู้โรคมะเร็ง

  [ ดูบทความทั้งหมด ]

  มะเร็งรังไข่ (Ovarian Cancer)

 
  จันทร์ ที่ 21 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2554
Tag : มะเร็ง: มะเร็งรังไข่: ความรู้โรคมะเร็ง    Bookmark and Share


Ovarian Cancer

มะเร็งรังไข่

     รังไข่มีลักษณะคล้ายเมล็ดอัลมอนด์ อยู่สองข้าง ข้างซ้ายขวาของโพรงมดลูก ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนเพศหญิงและไข่ ชนิดของมะเร็งรังไข่แบ่งตามตำแหน่งเริ่มต้นของเซลล์มะเร็งได้ 3 กลุ่ม คือ
     - Epithelial Tumors : มะเร็งเยื่อบุผิวรังไข่ จุดเริ่มต้นที่เซลล์เยื่อบุผิวรังไข่และช่องท้อง เป็นกลุ่มที่พบได้บ่อยที่สุดประมาณ 90% ของมะเร็งรังไข่
     - Germ Cell Tumors : มะเร็งฟองไข่ จุดเริ่มต้นของก้อนเนื้องอกที่เกิดจากเซลล์สืบพันธุ์ต้นกำเนิด พบได้ร้อยละ 5-10 ของมะเร็งรังไข่ มักพบในผู้หญิงอายุต่ำกว่า 20 ปี 
     - Sex Cord-Stromal Tumors : มะเร็งเนื้อรังไข่ จุดเริ่มต้นที่เนื้อเยื่อเกี่ยวกันของรังไข่ ซึ่งผลิตฮอร์โมนเพศหญิง โอกาสพบน้อยมาก
     ทั้ง 3 กลุ่มข้างต้นยังสามารถแพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่นๆ ของร่างกายที่เรียกว่าเป็นมะเร็งรังไข่ระยะแพร่กระจาย

ความเสี่ยงการเป็นมะเร็งรังไข่
     - อายุ : 2 ใน 3 ของผู้ป่วยมะเร็งไข่ มีอายุเฉลี่ย 55 ปี หรือมากกว่า
     - ประวัติครอบครัว : ผู้หญิงที่มี แม่ พี่สาวน้องสาว ยาย ป้า หรือน้า เป็นมะเร็งรังไข่ จะมีความเสี่ยงการเป็นมะเร็งรังไข่สูงขึ้น
     - การกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม (Genetic Mutations) : ในผู้ที่พบมีการกลายพันธุ์ของ 1 ใน 2 ยีนมะเร็งเต้านม BRCA1 และ BRCA2 มีความเสี่ยงการเกิดมะเร็งรังไข่สูงขึ้น 
     - มะเร็งเต้านม, ลำไส้ใหญ่ หรือเยื่อบุโพรงมดลูก : ผู้หญิงที่เป็นมะเร็งดังกล่าวอย่างใดอย่างหนึ่ง มีความเสี่ยงสูงขึ้นในการพัฒนาเป็นมะเร็งรังไข่ได้
     - การคลอดบุตร : ผู้หญิงที่มีการคลอดบุตรอย่างน้อย 1 คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนอายุ 30 ปี มีความเสี่ยงมะเร็งรังไข่น้อยกว่า การมีบุตรหลายคน และการให้นมบุตร พบว่ามีความเสี่ยงมะเร็งรังไข่น้อยลง
     - โรคอ้วน : ผู้หญิงที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) อยู่ที่ 30 หรือสูงกว่า อาจมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งรังไข่มากขึ้น 
     - บางการศึกษามีการเชื่อมโยงระหว่างฮอร์โมนทดแทน (HRT) และมะเร็งรังไข่ ความเสี่ยงนี้ดูเหมือนจะมากสำหรับผู้หญิงที่ใช้เอสโตรเจนเพียงอย่างเดียวนานกว่า 5 ปี แต่ต้องทำการศึกษามากกว่านี้

อาการแสดงของมะเร็งรังไข่
     - ท้องอืดเป็นประจำ
     - มีก้อนในช่องท้องหรือช่องเชิงกราน จึงอาจทำให้เกิดอาการแน่นหรือปวดท้อง 
     - ก้อนเนื้ออาจกดเบียดลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย  ทำให้รู้สึกปวดถ่วง  ถ่ายอุจจาระไม่สะดวกหรือลำบาก
     - เมื่อก้อนมะเร็งโตขึ้น จะกดเบียดกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ถ่ายปัสสาวะบ่อยและขัด
     - เมื่อเซลล์มะเร็งมีการกระจายไปในช่องท้อง จึงอาจทำให้เกิดมีน้ำในช่องท้อง ซึ่งจะทำให้ดูเหมือนอ้วนขึ้นได้  ท้องโตขึ้นกว่าเดิม
     - เบื่ออาหาร  ผอมแห้ง  น้ำหนักลด
     - อาจมีประจำเดือนผิดปกติ บางรายอาจพบการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เช่น มีเสียงห้าว มีหนวด หรือขนขึ้นตามลำตัวคล้ายผู้ชายได้ เนื่องจากผลของมะเร็งรังไข่ที่ทำให้ร่างกายมีการผลิตฮอร์โมนที่ผิดปกติไป
     - ในบางรายอาจไม่มีการแสดงอาการเลย  แพทย์อาจตรวจพบโดยบังเอิญว่ามีก้อนในท้องน้อย

การตรวจหามะเร็งรังไข่
     - ตรวจภายใน (Pelvic Exam) : ตรวจบริเวณช่องท้องและช่องเชิงกรานเพื่อหาก้อน มีการนำเทคโนโลยีการถ่ายภาพเข้ามาช่วยให้การตรวจละเอียดชัดเจนขึ้น
     - Transvaginal ultrasound : ตรวจโดยใช้หัวตรวจชนิดเรียวยาวใส่เข้าไปในช่องคลอด สามารถดูมดลูก และสิ่งผิดปกติที่อยู่หลังมดลูก
     - ตรวจ CA-125 : หากระดับ CA-125 สูงเกินปกติ อาจบ่งชี้ถึงการเป็น  มะเร็งรังไข่แต่ก็มีโรคอื่นด้วยเช่นกันที่ CA-125 สูงได้จึงต้องทำการตรวจเพิ่มเติม
     - CT scan : เพื่อดูภาพละเอียดภายในร่างกาย
     - Barium enema : เป็นการเอกซเรย์ทางเดินอาหารส่วนล่างด้วยการสวนสารทึบรังสีทางทวาร
     - Intravenous pyelogram : เป็นการเอกซเรย์ดูไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ 
     - Biosy : การตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา 

โรคมะเร็งรังไข่
ระยะของมะเร็งรังไข่
     - ระยะ 1  : เซลล์มะเร็งยังอยู่ภายในรังไข่ 1 หรือ 2 ข้าง
     - ระยะ 2  : เซลล์มะเร็งกระจายจากรังไข่สู่อวัยวะในช่องเชิงกราน เช่น ท่อนำไข่ หรือมดลูก
     - ระยะ 3  : เซลล์มะเร็งกระจายจากรังไข่และช่องเชิงกราน ไปยังช่องท้องหรือต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง
     - ระยะ 4  : เซลล์มะเร็งกระจายจากรังไข่ไปยังอวัยวะที่ไกลออกไป เช่น ตับ ปอด

การรักษามะเร็งรังไข่
การผ่าตัด 
     อาจมีการผ่าตัดตั้งแต่แรกเพื่อดูระยะหรือการลุกลามของมะเร็ง ในกรณีผ่าตัดเพื่อการรักษา แพทย์จะตัดเนื้องอกออกให้มากที่สุดโดยจะพยายามให้เหลือเนื้องอกขนาดไม่เกิน 1 ซม. ซึ่งการผ่าตัดส่งผลให้ผู้ป่วยไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก และจะเข้าสู่ภาวะหมดประจำเดือน สำหรับกรณีที่ผู้ป่วยยังต้องการมีบุตรอีก แพทย์จะตัดเอาเฉพาะรังไข่และท่อนำไข่ด้านที่เป็นมะเร็งออก การให้เคมีบำบัดและรังสีรักษาจะใช้เมื่อมีการกลับมาเป็นซ้ำหลังจากผ่าตัด 

     หลังจากรักษาต้องนัดตรวจติดตามอย่างน้อยทุก 6 เดือนสำหรับช่วง 5 ปีแรก นอกจากนี้ ถ้าตรวจพบว่ามีการลุกลามของมะเร็งออกนอกรังไข่ตั้งแต่การตรวจพบมะเร็งครั้งแรก แพทย์จะทำการผ่าตัดเอาส่วนที่เป็นมะเร็งออกให้มากที่สุด ถ้ามะเร็งกระจายไปตามผนังช่องท้องหรืออวัยวะอื่นหลังผ่าตัดผู้ป่วยต้องได้รับยาเคมีบำบัด แต่ถ้ายังไม่มีการกระจายไปส่วนดังกล่าว หลังผ่าตัดผู้ป่วยต้องตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด

รังสีรักษา 
     มีทั้งการฉายรังสีจากภายนอกร่างกายและการฝังแร่ในร่างกาย การพิจารณาวิธีการรักษาขึ้นกับระยะของโรคและชนิดของมะเร็ง 

ยาเคมีบำบัด 
     สำหรับมะเร็งรังไข่จะให้ยาเคมีทางช่องที่มีอวัยวะภายในช่องท้อง (peritoneal cavity) การพิจารณาวิธีการรักษาขึ้นกับระยะและชนิดของมะเร็ง 


รับข้อมูลมะเร็งรังไข่และการดูแลอย่างละเอียดได้ฟรี คลิกที่นี่ หรือโทร 02-6640078
 

เข้าชม : 22303   [ ขึ้นบน ]

มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งตับ มะเร็งปอด

ความรู้มะเร็ง 5 อันดับล่าสุด

55 ภูมิคุ้มกันบำบัด เทรนใหม่รักษามะเร็งผลข้างเคียงน้อย
ตั้งแต่ที่ยาภูมิคุ้มกันบำบัดตัวแรกของโลกได้ถูกคิดค้นขึ้น ถึงวันนี้ วงการแพทย์ก้าวหน้าไปถึงไหน พบกัน 17 ก.ย.2560 [view 516 ]
55 นุ่น-ดารัณ ช็อก!! ตรวจเจอมะเร็ง ต้องเสียหน้าอก
ปกติเป็นคนสุขภาพแข็งแรง เป็นนักกีฬา ล่าสุดเจอมะเร็ง แต่ใจสู้ ลูกเป็นกำลังใจสำคัญ [view 1271 ]
55 บรรจุ “วัคซีนเอชพีวี” 4 สายพันธุ์ ป้องกันมะเร็งปากมดลูกในบัญชียาหลักฯ แล้ว
คาดว่าในอนาคตจะป้องกันการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกให้ค่อย ๆ ลดน้อยลง [view 381 ]
55 ไขข้อสงสัยคลอรีนในน้ำประปาก่อมะเร็งจริง??
น้ำประปาผลิตมาจากน้ำดิบตามธรรมชาติ มีสารอินทรีย์ที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตปะปนอยู่ แล้วคลอรีนกำจัดสารเหล่านี้ได้หมดหรือไม่ [view 972 ]
55 ชาร์โคล ดำดี ดูดสารพิษ
ชาร์โคล หรือคาร์บอน มีการนำมาใช้ในหลากหลายด้าน รวมทั้งด้านการแพทย์ ที่มีการนำมาดูดซับสารพิษของคนที่มีอาการท้องเสีย อาหารเป็นพิษ ใช้ในการล้างพิษในคนที่กลืนสารพิษบางชนิดหรือกินยาเกินขนาด นอกจากนั้นยังใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น ใช้ในอุตสาหกรรมดับกลิ่นเครื่อง [view 927 ]

  ลิงค์ที่น่าสนใจ

ครอบครัวเทียนเซียน

-->

มะเร็ง

โภชนบำบัดมะเร็ง
ค้นหา keyword
การฉายรังสี การดูแลผู้ป่วย การฝังแร่ การรักษามะเร็ง กำลังใจจากผู้ป่วย ความรู้โรคมะเร็ง ชี่กง ธรรมะรักษาโรค ผ่าตัด มะเร็ง มะเร็งกระดูก มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งช่องปาก มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมไทรอยด์ มะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก มะเร็งผิวหนัง มะเร็งรังไข่ มะเร็งลำไส้ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งสมอง มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งเต้านม มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งโพรงจมูก มะเร็งโพรงมดลูก มะเร็งไต ยาน้ำเทียนเซียน รักษามะเร็ง รังสีรักษา สมุนไพรจีน สมุนไพรเพื่อสุขภาพ สุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ อุลตร้าซาวน์ เคมีบำบัด เนื้องอกในสมอง แมมโมแกรม โภชนบำบัดมะเร็ง

 

www.siamca.com ขอสงวนสิทธิ์ ในการนำรูปภาพ หรือ ข้อความในเว็บไซต์ ไปเผยแพร่ หรือ ทำซ้ำ จะต้องได้รับการอนุญาตก่อนจึงจะกระทำได้ 
 
## Thailand Cancer Rehabilitation Club ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยมะเร็ง กิจกรรมสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง รอบรู้เรื่องมะเร็ง อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง การดูแลผู้ป่วยมะเร็ง การรักษามะเร็งแต่ละชนิด ##

   | Check Mailลิงค์เพื่อนบ้าน