[x]ปิดหน้าต่าง
Powered by www.siamca.com
SiamCA Member Clubs
;ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา เพื่อรับสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย ขอบคุณค่ะ.... [x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
Close
หน้าล็อคอิน
Username : Password :   [สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]


 

บทความรู้โรคมะเร็ง

  [ ดูบทความทั้งหมด ]

  วิธีจัดการผลข้างเคียงจากเคมีบำบัด ตอนที่ 1

 
  อังคาร ที่ 20 เดือน มีนาคม พ.ศ.2555
Tag : การดูแลผู้ป่วย: เคมีบำบัด: มะเร็ง    Bookmark and Share


 วิธีจัดการผลข้างเคียงจากเคมีบำบัด ตอนที่ 1
 
เซลล์มะเร็งเป็นเซลล์ที่การเจริญเติบโตแล้วแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว  ดังนั้นเมื่อได้รับยาเคมีบำบัดไปแล้วยาก็จะไปออกฤทธิ์ที่เซลล์มะเร็ง  แต่ยาก็มีผลต่อเซลล์ปกติที่มีคุณสมบัติในการเจริญและแบ่งตัวเร็วด้วย  เช่น  เซลล์เยื่อบุทางเดินอาหาร, เส้นผม, เม็ดเลือด  เป็นต้น  การที่เซลล์ปกติถูกทำลายนั้นก็คือสาเหตุของผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัด  ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ  ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากยาไปทำลายเซลล์ที่ดีในร่างกายของผู้ป่วยนั่นเอง
 
อาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย  ชนิดของยา  และขนาดของยารวมถึงระยะเวลาที่ได้รับยาด้วย  ดังนั้นก่อนจะเริ่มทำเคมีบำบัดควรพูดคุยปรึกษาแพทย์ถึงอาการข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น  เช่น  คลื่นไส้อาเจียน,  ผมร่วง,  ท้องร่วง,  ท้องผูก,แผลในปาก,  ปริมาณเม็ดเลือดลดลง,  เบื่ออาหาร,  การรับรสเปลี่ยนไป  อาจรู้สึกขมในปาก,  ลิ้นแข็ง  รู้สึกชา,  กล้ามเนื้ออ่อนแรง,  มีผื่นอาการแพ้,  มีไข้,  ปวดมากบริเวณฉีดยา  เป็นต้น  อย่างไรก็ตามอาการเหล่านี้จะค่อยๆหายไปเมื่อสิ้นสุดการให้ยาเคมีบำบัด
 
การแก้ไขบรรเทาอาการข้างเคียงที่พบบ่อย

อ่อนเพลีย
      ความรู้สึกอ่อนเพลีย  ไม่มีแรงเป็นอาการผิดปกติของผู้ป่วยโรคมะเร็งอยู่แล้ว  แต่สาเหตุที่ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียนั้น  ก็ยังไม่มีใครทราบสาเหตุที่แท้จริง  เพราะอาการนี้สามารถเกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่ทำเคมีบำบัด  รังสีรักษา  ผ่าตัด  พักผ่อนไม่เพียงพอ  อาการปวด  เครียด  เป็นต้น  แต่อาการอ่อนเพลียในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งนั้นจะต่างจากคนปกติตรงที่ไม่ว่าจะพักผ่อนมากน้อยขนาดไหนก็ยังรู้สึกเพลียอยู่
 
 
ข้อควรปฏิบัติเวลาเรารู้สึกอ่อนเพลีย
     - ไม่ควรให้ผู้ป่วยนอนอยู่กับเตียงตลอดทั้งวัน  ถ้าผู้ป่วยพอช่วยเหลือตัวเองได้
     - ควรจะจัดแบ่งเวลาให่ผู้ป่วยได้ทำกิจกรรมบ้าง
     - หาเวลาออกกำลังกายบ้างแต่ควรเป็นการออกกำลังกายเบาๆ
     - รับประทานอาหารทีละน้อยแต่จำนวนมื้อที่ทานมากขึ้นพูดง่ายๆ ก็คือ  ทานน้อย  แต่ถี่ขึ้น
     - หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน  แอลกอฮอล์
     - รับประทานอาหารที่มีประโยชน์  เช่น  แป้ง  น้ำตาล  ไข่  เนื้อสัตว์  นม  ผัก  ผลไม้
 
คลื่นไส้  อาเจียน
      ผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัดมักจะกลัวอาการคลื่นไส้  อาเจียน  แต่ในปัจจุบันนี้ได้มียาเคมีบำบัดตัวใหม่ออกมาที่ไม่ค่อยมีอาการคลื่นไส้อาเจียน  โดยปกติแพทย์จะให้ยาคลื่นไส้อาเจียนเพื่อป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียนอยู่แล้ว
 
 
วิธีช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน
     - ผู้ป่วยบางรายมีอาการคลื่นไส้อาเจียน  แม้เพียงคิดถึงการได้รับยาต้านมะเร็ง  ทั้งนี้เพราะความกังวลที่เกิดจากการรักษา  และการคาดคะเนว่าจะรู้สึกไม่สบายหลังจากนั้น  หากผู้ป่วยมีอาการดังกล่าว  ควรนอนหงายราบๆ  ในที่เงียบสัก  15 – 40 นาที  ก่อนรับยาและก่อนที่จะรับยาควรหาผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นๆ  ประคบที่ตาทั้ง  2 ข้าง  หากต้องการให้มีเพื่อนอยู่ใกล้ขณะนั้น  ก็ควรหาใครสักคนอยู่ด้วย  การสนทนาจะช่วยให้ท่านสนใจเกี่ยวกับสิ่งอื่นๆและช่วยลดความรู้สึกอยากอาเจียนลง
     - พยายามดื่มน้ำทีละน้อยแต่เน้นจิบบ่อยๆ  เช่น  น้ำขิง  น้ำส้ม  น้ำมะนาว  และพยายามทานน้ำหลังอาหารประมาณครึ่งชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมง  
     - พยายามทานอาหารจำนวนน้อย  แต่จำนวนมื้อมากขึ้น  และพยายามเคี้ยวให้ละเอียดเพื่อจะได้ย่อยง่ายมากขึ้น  ไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารเป็นเวลา  
     - อย่าใส่เสื้อที่คับแน่นร่างกาย
     - หลีกเลี่ยงกลิ่นที่ทำให้รู้สึกคลื่นไส้  เช่น  กลิ่นบุหรี่  กลิ่นอาหาร  กลิ่นน้ำหอม  
     - พยายามหลีกเลี่ยงอาหารหวาน  ของทอดหรืออาหารมันๆ  และอาหารรสจัด  
     - ควรรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง  เช่น  ขนมปังกรอบ  ขนมปังปิ้ง  น้ำหวาน  
     - ไม่ควรนอนหลังจากทานอาหารเสร็จ  ถ้าต้องการจะนอนพักผ่อนก็ควรให้ผ่านไปประมาณ  2  ชั่วโมงก่อน
     - ถ้าเคยมีอาการคลื่นไส้อาเจียน  ขณะกำลังรับยาเคมีบำบัด  ผู้ป่วยควรงดทานอาหารอย่างน้อย  2 - 3  ชั่วโมงก่อนทำเคมีบัด
     - ผ่อนคลายความเครียดด้วยการฟังเพลง  อ่านหนังสือ  เดินออกกำลังกาย
     - ส่วนใหญ่แพทย์จะให้ยาระงับอาการคลื่นไส้อาเจียนไว้
 
อาการปวด
     อาการปวดอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกๆ คนที่ทำเคมีบำบัด  แต่ถ้ามีอาการปวดเกิดขึ้นควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับอาการปวดที่เกิดขึ้น  หรือผู้ใกล้ชิด/ญาติเพื่อที่จะได้ช่วยหาทางบรรเทาอาการที่ควรรายงานให้แพทย์  เพื่อที่จะได้ทราบสาเหตุและได้รับการรักษาที่ถูกต้อง
     - ปวดที่บริเวณไหนของร่างกาย
     - ลักษณะอาการปวด  ปวดแบบตึบๆ จี๊ดๆ ปวดแบบมีการสั่นร่วมด้วย ปวดแบบชาๆ เป็นต้น
     - ปวดมากน้อยขนาดไหน  เช่นพอทนได้  พอมากจนนอนไม่หลับ  เป็นต้น
     - ระยะเวลาของการปวด  เช่น  ปวดสักพักก็หายปวดทั้งวัน
     - ยาที่รับประทาน  และหลังจากที่รับประทานยาด้วย  ควรทานตามที่แพทย์สั่งไม่ควรทานพร่ำเพรื่อ  ในช่วงที่ยาแก้ปวดออกฤทธิ์  เราอาจจะมีการบริหารบริเวณที่ปวดเบาๆ เพื่อลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ
 
ผมร่วง
ผมร่วงเป็นผลข้างเคียงปกติของยาเคมีบำบัดอยู่แล้วแต่อาการนี้ไม่ได้เกิดกับยาเคมีบำบัดทุกตัว  นอกจากเส้นผมแล้วบริเวณต่างๆ ของร่างกายที่มีเส้นขนบนใบหน้า  แขน  ขา  หรือใต้รักแร้  เป็นต้น  อาการนี้อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหลังจากได้รับยาเคมีบำบัดชุดแรก  แต่อาจจะเกิดขึ้นในชุดที่ 2-3 ของการทำเคมีบำบัดก็ได้  อย่างไรก็ตามเมื่อสิ้นการทำเคมีบำบัดอาการเหล่านี้จะหายไปและเส้นผมที่เคยหลุดร่วงไปก็จะกลับขึ้นมาเหมือนเดิม
 
การดูแลเส้นผมและหนังศีรษะระหว่างที่ทำยาเคมีบำบัด
     - ควรใช้แชมพูสระผมแบบอ่อน
     - แปรงหวีผมควรใช้แปรงที่มีขนอ่อนนุ่มหรือที่มีซี่ห่างๆแปรงผมเบาๆ
     - ควรหลีกเลี่ยงการไดร์ผม  อบผม
     - การไว้ผมสั้นจะช่วยให้ผมดูหนาขึ้นกว่าไว้ผมยาว
     - ในกรณีที่ผมร่วงหมด  ควรจะทาครีมกันแดดที่หนังศีรษะด้วยและใส่หมวกเพื่อป้องกันแสงแดด
     - หลีกเลี่ยงการทำสีผม  ดัด  ยืดผม
     - หลังสระผม  ซับผมหรือหนังศีรษะเบาๆ  ไม่ควรขยี้
     - ควรสวมหมวกเวลานอน
     - ปลอกหมอนควรเป็นผ้าซาติน  จะได้ไม่เกิดเสียดทานกับหนังศีรษะ
     - ปรึกษาแพทย์ที่รักษาก่อนการใช้สารเคมีใดๆกับผม
     - หลังหยุดการรักษาผู้ป่วยที่มีผมร่วง  ผมจะงอกขึ้นมาใหม่ในเวลาประมาณ  1 - 3 เดือน  ภายหลังหยุดยา  ผมจะงอกเหมือนเดิมหรืออาจดูดีกว่าเดิม   

 

โปรดติดตามตอนต่อไป
 ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ฟรี คลิกที่นี่ หรือโทร 02-6640078    
 

เข้าชม : 28527   [ ขึ้นบน ]

มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งตับ มะเร็งปอด

การดูแลผู้ป่วย 5 อันดับล่าสุด

55 5 วิธี เรียกสติ หนีความเครียด
ความเครียดนอกจากจะเป็นต้นเหตุของการทำลายสุขภาพจิต ยังเป็นสิ่งที่บ่อเกิดโรคกับร่างกายอีกด้วย [view 2625 ]
55 รีเฟรชร่างกายต้อนรับวันใหม่ ตอนที่ 2
นอกจากการออกกำลังกาย การรับประทานผักและผลไม้ก็ช่วยทำให้ร่างกายเราสดชื่นสมบูรณ์แบบ [view 1832 ]
55 รีเฟรชร่างกายต้อนรับวันใหม่ ตอนที่ 1
ร่างกายผ่านช่วงสังสรรค์ยาวก็เหนื่อยล้า เรามาฟื้นฟูร่างกายให้สดใสพร้อมใช้งานดีกว่า [view 1715 ]
55 เดินลดผลข้างเคียงรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก
การเดินเล่น 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ช่วยลดอาการอ่อนแรง ความเครียด ในคนไข้หลังรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก [view 1479 ]
55 คำถามที่ควรถามหมอเมื่อเป็นมะเร็ง
อย่ามัวแต่อึ้ง ตกใจ เสียใจ รีบตั้งสติแล้วถามหมอให้ชัดเจนได้ประโยชน์ [view 6777 ]

  ลิงค์ที่น่าสนใจ

ครอบครัวเทียนเซียน

-->

มะเร็ง

โภชนบำบัดมะเร็ง
ค้นหา keyword
การฉายรังสี การดูแลผู้ป่วย การฝังแร่ การรักษามะเร็ง กำลังใจจากผู้ป่วย ความรู้โรคมะเร็ง ชี่กง ธรรมะรักษาโรค ผ่าตัด มะเร็ง มะเร็งกระดูก มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งช่องปาก มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมไทรอยด์ มะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก มะเร็งผิวหนัง มะเร็งรังไข่ มะเร็งลำไส้ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งสมอง มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งเต้านม มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งโพรงจมูก มะเร็งโพรงมดลูก มะเร็งไต ยาน้ำเทียนเซียน รักษามะเร็ง รังสีรักษา สมุนไพรจีน สมุนไพรเพื่อสุขภาพ สุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ อุลตร้าซาวน์ เคมีบำบัด เนื้องอกในสมอง แมมโมแกรม โภชนบำบัดมะเร็ง

 

www.siamca.com ขอสงวนสิทธิ์ ในการนำรูปภาพ หรือ ข้อความในเว็บไซต์ ไปเผยแพร่ หรือ ทำซ้ำ จะต้องได้รับการอนุญาตก่อนจึงจะกระทำได้ 
 
## Thailand Cancer Rehabilitation Club ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยมะเร็ง กิจกรรมสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง รอบรู้เรื่องมะเร็ง อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง การดูแลผู้ป่วยมะเร็ง การรักษามะเร็งแต่ละชนิด ##

   | Check Mailลิงค์เพื่อนบ้าน