[x]ปิดหน้าต่าง
Powered by www.siamca.com
SiamCA Member Clubs
;ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา เพื่อรับสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย ขอบคุณค่ะ.... [x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
หน้าล็อคอิน
Username : Password :   [สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]


 

บทความรู้โรคมะเร็ง

  [ ดูบทความทั้งหมด ]

  วิธีจัดการผลข้างเคียงจากเคมีบำบัด ตอนที่ 3

 
  อังคาร ที่ 27 เดือน มีนาคม พ.ศ.2555
Tag : เคมีบำบัด: มะเร็ง: การดูแลผู้ป่วย    Bookmark and Share


 วิธีจัดการผลข้างเคียงจากเคมีบำบัด ตอนที่ 3

ท้องผูก
     ยาเคมีบำบัดบางชนิดส่งผลทำให้ท้องผูก  ถ้าเราทานน้ำน้อย  ยาแก้ปวด  เป็นโรคลำไส้ (มีภาวะลำไส้อุดตัน)  รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย (Fiber) ก็ทำให้ท้องผูกได้เช่นกัน ถ้าท้องผูกเกิน 2-3 วัน ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อแพทย์จะแนะนำยาระบายให้ทานหรือลองปฏิบัติตัวตามวิธีที่กล่าวดังต่อไปนี้ เพื่อบรรเทาอาการท้องผูกเพื่อที่จะได้ไม่ต้องรับประทานยาระบาย
   - ดื่มน้ำบ่อยๆ  อย่างน้อยวันละ  2 – 3 ลิตร   ถ้าไม่มีปัญหาในช่องปาก  เช่น  ปากเป็นแผล  เจ็บคอ  เป็นต้น  ให้ทานน้ำอุ่นหรือร้อนนิดหน่อย
   - ควรดื่มน้ำอุ่นในตอนเช้าเพื่อกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้
   - รับประทานอาหารที่มีกาก  หรือเส้นใยสูง  เช่น  ผักสด  ผลไม้    
   - ออกกำลังกายเบาๆ ทุกวัน  เช่น  การเดินเล่นทุกวัน  วันละ  30 นาที
   - ฝึกนิสัยในการขับถ่ายอุจจาระทุกเช้าให้เคยชิน

ผลข้างเคียงที่มีต่อผิวหนังและเล็บ
     ขณะได้รับยาเคมีบำบัด  ผิวหนังอาจจะมีอาการคันแดง  แห้งเป็นขุย  นอกจากนี้ผิวหนังก็ไวกับแสงแดดได้ง่ายขึ้น  บริเวณที่ได้รับยาผิวหนังอาจมีช้ำ  ดำเป็นจ้ำ  แต่อาการเหล่านี้จะหายไปหลังจากสิ้นสุดการทำเคมีบำบัด  ส่วนเล็บอาจจะมีสีดำ เหลือง  เปราะง่าย
     ปัญหาเหล่านี้อาจจะดูไม่รุนแรงเหมือนปัญหาอื่นๆ แต่อาการบางอย่างอาจจะนำไปสู่ปัญหาที่ร้ายแรงได้  เช่น  บริเวณที่รับยานอกจากจะมีการช้ำเป็นจ้ำบริเวณที่ได้รับยาแล้ว  ยังมีอาการปวดแสบมาก  ควรรีบปรึกษาแพทย์  บางอาการอาจจะหมายถึงการแพ้ยาก็ได้  เช่น  เป็นผื่นคันแดงทั้งตัว  เป็นต้น

การดูแลผิวหนังและเล็บ
   - สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องสิว  ควรล้างหน้าให้สะอาดและอาจปรึกษาแพทย์ถ้าต้องการใช้ยาทาสิว
   - หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อน  และการสัมผัสความร้อน
   - ควรใช้สบู่ที่ผสมมอยเจอร์ไรเซอร์ (moisturizer)  ถ้าผิวแห้งมาก
   - ทาครีมบำรุงหรือโลชั่นขณะผิวยังชื้นๆ อยู่
   - หลีกเลี่ยงน้ำหอม  โคโลญน์  หรือโลชั่นหลังโกนหนวดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
   - สวมถุงมือเวลาล้างจานชาม  ทำงานบ้าน  ปลูกต้นไม้  เพื่อป้องกันเล็บ
   - เล็บที่หนาและมีสีคล้ำขึ้นนั้นขึ้นนั้น  เล็บที่งอกใหม่จะกลับมามีสีปกติภายหลังหยุยา  10 – 12 สัปดาห์
   - หลีกเลี่ยงแสงแดดช่วงเวลาตั้งแต่ 10.00 น. จนถึง 16.00 น. เพราะช่วงเวลานี้แสงแดดค่อนข้างแรงมาก
   - ผลิตภัณฑ์กันแดดควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารกันแดด SPF (sun protection factor) 15 ขึ้นไป
   - ลิปบาล์มที่ใช้ควรผสมสารกันแดดด้วย
   - ควรใส่เสื้อและกางเกงขายาวขณะออกจากบ้านและใส่หมวกในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการผมร่วงเพื่อป้องกันแสงแดด
   - ประคบด้วยถุงเย็นหรือแช่มือและเท้าในน้ำเย็น  เพื่อลดการไหลเวียนของเลือดไปยังฝ่ามือและฝ่าเท้า

ผลข้างเคียงต่อตับและไต
     ยาเคมีบำบัดบางชนิดมีผลต่อตับและไต  ดังนั้นก่อนทำเคมีบำบัดแพทย์จะทำการตรวจปัสสาวะ เลือด เพื่อดูการทำงานของตับและไต  ผู้ป่วยสามารถสอบถามแพทย์ว่ายาที่ได้รับจะมีผลต่อตับและหรือไม่ ยาเคมีบำบัดบางตัวอาจจะทำให้ปัสสาวะเปลี่ยนสีได้เป็นสี ส้ม แดง เป็นต้น หรือมีกลิ่นของยาเวลาปัสสาวะในช่วงเวลา 1-3 วันหลังจากทำเคมีบำบัด  หากผู้ป่วยมีอาการต่อไปนี้ควรรีบติดต่อแพทย์
   - ปวดแสบเวลาปัสสาวะ
   - ปัสสาวะถี่มาก หรือ ไม่สามารถปัสสาวะได้
   - ปัสสาวะมีเลือดปน
   - มีไข้สูง  หนาวสั่นมากๆ   

ผลข้างเคียงต่อระบบขับถ่ายปัสสาวะ
     ผู้ป่วยควรซักถามแพทย์ผู้ดูแลว่าในวันหนึ่งๆ  ทานจะดื่มน้ำได้มากน้อยเพียงใด  ในบางครั้งท่านอาจต้องดื่มน้ำมากขึ้นกว่าปกติ  เพื่อจะให้การทำงานของไตเป็นปกติขณะได้รับยาต้านมะเร็ง  นอกจากน้ำบริสุทธิ์แล้ว  น้ำผลไม้  ชา  ซุป  ไอศกรีม  น้ำแข็ง  วุ้น  เป็นอาหารที่ให้น้ำแก่ร่างกายเช่นกัน  ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  เช่น สุรา  เบียร์  ไวน์ ขณะได้รับเคมีบำบัด

สภาวะเหมือนเป็นไข้หวัด
     ส่วนมากผู้ป่วยมักจะมีอาการคล้ายเป็นหวัดหลังจากได้รับเคมีบำบัดในวันนั้นๆ โดยมักจะเป็นไม่กี่วันก็จะหาย  ส่วนมากจะเกิดกับผู้ที่ได้รับยาเคมีบำบัดแบบผสมกับยากระตุ้นภูมิคุ้มกัน อาการที่เกิดขึ้น คือ  ปวดเมื่อยเนื้อตัว ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย  คลื่นไส้อาเจียน  มีไข้ต่ำ (ไม่เกิน 38 องศาเซลเซียส)  และไม่ค่อยอยากทานอาหาร

ผลกระทบระบบสืบพันธุ์
 -  เพศชาย
     ยาเคมีบำบัดอาจจะทำให้อสุจิ (Sperm) มีจำนวนลดน้อยลงและความสามารถในการเคลื่อนที่ของตัวอสุจิด้วย อาการนี้อาจจะเกิดขึ้นชั่วคราวหรือถาวรก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสุขภาพและอายุ ผู้ป่วยสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้แต่ต้องใส่ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ หรืออาจจะใช้การคุมกำเนิดวิธีอื่น เพราะยาเคมีส่งผลให้โครโมโซมที่ตัวอสุจิโดนทำลายไป และทารกที่เกิดมาอาจไม่สมบูรณ์ หลังจากที่เสร็จสิ้นการทำเคมีบำบัด (การทำเคมีบำบัดครั้งสุดท้าย) ในช่วงเวลา 48 ชั่วโมงแรกนั้น ควรจะต้องใส่ถุงยางอนามัยด้วยถ้าต้องการมีเพศสัมพันธ์   

 -  เพศหญิง
     ยาเคมีบำบัดสามารถส่งผลต่อรังไข่และการผลิตฮอร์โมนลดลง ในผู้ป่วยผู้ป่วยผู้หญิงบางรายอาจจะมีอาการลักษณะเหมือนวัยหมดประจำเดือนหรือที่เรียกว่าวัยทอง  หรือประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ  อารมณ์จะค่อนข้างแปรปรวนได้ง่าย  สำหรับการมีเพศสัมพันธ์สามารถมีได้ตามปกติแต่ควรมีการคุมกำเนิดร่วมด้วย  ถ้าเกิดช่องคลอดมีอาการแห้งสามารถใช้เจลหล่อลื่นสำหรับช่องคลอดได้  ไม่ควรใช้วาสลีนเพราะอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้  หรือปรึกษาแพทย์

 -  การตั้งครรภ์
     แม้ว่าขณะทำเคมีบำบัดผู้ป่วยสามารถตั้งครรภ์มีบุตรได้แต่ไม่ควรเพราะทารกที่เกิดมาอาจจะไม่สมบูรณ์มีความผิดปกติกับเด็กได้  เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องคุมกำเนิดในกรณีที่ต้องการมีเพศสัมพันธ์ในระหว่างการรักษาด้วยเคมีบำบัด  เช่น  ให้ฝ่ายชายใช้ถุงยางทุกครั้งขณะมีเพษสัมพันธ์  ใส่ห่วง  เป็นต้น  สำหรับยาคุมกำเนิดอาจจะไม่เหมาะสมกับผู้ป่วยบางราย  เช่น  ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเต้านม (Breast cancer) ท่านอาจจะปรึกษาแพทย์ถึงวิธีการคุมกำเนิดที่เหมาะสม

ผลกระทบต่อภาวะอารมณ์และจิตใจ 
     อาจจะมีอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลง  เช่น  ซึมเศร้า  กลัว  โกรธ  หรือหมดหวัง  ความรู้สึกดังกล่าวไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพและมีผลด้านลบต่อการรักษาของผู้ป่วย  ผู้ป่วยจึงต้องการกำลังใจและความช่วยเหลือจากญาติพี่น้อง  การได้พูดคุยเปิดเผยความรู้สึกและความต้องการของผู้ป่วยต่อครอบครัว  เพื่อนฝูง  แพทย์  และพยาบาล  อาจำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง  ควรเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันใหม่บ้าง  เพื่อไม่ให้เกิดความจำเจเบื่อหน่าย  

ผลข้างเคียงอื่นๆ
     สีของปัสสาวะอาจเปลี่ยนได้เมื่อได้รับยาเคมีบำบัด  บางตัวอาจทำให้มีสีแดงเข้ม  หรือสีเหลืองสดได้  อาการคล้ายอาการเป็นหวัด  ถ้ามีอาการปวดกล้ามเนื้อ  ปวดศีรษะ  อ่อนเพลีย  มีไข้ต่ำๆ  หลังจากได้ยา  อาจเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมง  อาการนี้จะหายไปภายใน  48  ชั่วโมง  ถ้าไม่หายต้องรีบไปปรึกษาแพทย์ อาการที่ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์
- น้ำหนักลดลงหรือเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- เลือดออกไม่หยุด,  มีจ้ำเลือดตามร่างกาย
- มีไข้สูงเกิน  38  องศาเซลเซียส,  ปวดศีรษะ
- ท้องเดินหรือท้องผูกอย่างรุนแรง
- เจ็บแสบ  หรือมีแผลบริเวณริมฝีปาก  เยื่อบุในช่องปาก  และลำคอมากจนรับประทานอาหารไม่ได้
- ผิวหนังบริเวณที่ให้น้ำเกลือมีอาการ  ปวด  เจ็บ  แสบ  สีผิวเปลี่ยนไปสีแดงหรือสีน้ำตาลเข้ม
- พบจุดจ้ำเลือด  ตามผิวหนังบริเวณแขน  ขา  ลำตัวหรือใบหน้า
- กำลังมีประจำเดือนหรือมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด
- อุจจาระมีเลือดปน

 

ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ฟรี คลิกที่นี่ หรือโทร 02-6640078     

เข้าชม : 8376   [ ขึ้นบน ]

มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งตับ มะเร็งปอด

การดูแลผู้ป่วย 5 อันดับล่าสุด

55 การดูแลอาการกลืนลำบากของผู้ป่วยมะเร็งช่องปากและคอ
อาการกลืนลำบากมักเกิดจากมะเร็งของอวัยวะภายในลำคอ ถึงแม้ได้รับการรักษาแล้ว ผู้ป่วยอาจจะยังมีอาการนี้อยู่ [view 319 ]
55 การดูแลอาการปวดจากมะเร็ง
ผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลาม อาการปวดมักเกิดจากก้อนมะเร็งกดทับเนื้อเยื่อใกล้เคียง โรคกระจายไปที่กระดูกหรือเส้นประสาท [view 686 ]
55 การดูแลแก้ไขอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย
โรคท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นอาการผิดปกติของท้องหรือลำไส้ มักมีอาการบริเวณตรงกลางของท้องด้านบน อยู่ระหว่างใต้ลิ้นปี่และเหนือสะดือ [view 2168 ]
55 แก้ไขอาการท้องเสียในผู้ป่วยมะเร็ง
ท้องเสียในผู้ป่วยมะเร็งมาจากหลายสาเหตุ ต้องแก้ให้ตรงจุดเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาใหญ่ [view 1218 ]
55 การดูแลสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยโรคมะเร็ง
อาการในช่องปากพบได้ในผู้ป่วยเคมีบำบัดรวมถึงผู้ป่วยที่ฉายรังสีบริเวณใบหน้าและลำคอ [view 2443 ]

  ลิงค์ที่น่าสนใจ


เว็บขายหนังสือ เพื่อสุขภาพ

ครอบครัวเทียนเซียน



มะเร็ง

รอดและสุขกับมะเร็ง

มะเร็งเต้านม

โภชนบำบัดมะเร็ง
โภชนบำบัดมะเร็ง

เรื่องจริงจากผู้ป่วยมะเร็ง
ค้นหา keyword
การฉายรังสี การดูแลผู้ป่วย การฝังแร่ การรักษามะเร็ง กำลังใจจากผู้ป่วย ความรู้โรคมะเร็ง ชี่กง ธรรมะรักษาโรค ผ่าตัด มะเร็ง มะเร็งกระดูก มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งช่องปาก มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมไทรอยด์ มะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก มะเร็งผิวหนัง มะเร็งรังไข่ มะเร็งลำไส้ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งสมอง มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งเต้านม มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งโพรงจมูก มะเร็งโพรงมดลูก มะเร็งไต ยาน้ำเทียนเซียน รักษามะเร็ง รังสีรักษา สมุนไพรจีน สมุนไพรเพื่อสุขภาพ สุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ อุลตร้าซาวน์ เคมีบำบัด เนื้องอกในสมอง แมมโมแกรม โภชนบำบัดมะเร็ง

 

www.siamca.com ขอสงวนสิทธิ์ ในการนำรูปภาพ หรือ ข้อความในเว็บไซต์ ไปเผยแพร่ หรือ ทำซ้ำ จะต้องได้รับการอนุญาตก่อนจึงจะกระทำได้ 
 
## Thailand Cancer Rehabilitation Club ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยมะเร็ง กิจกรรมสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง รอบรู้เรื่องมะเร็ง อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง การดูแลผู้ป่วยมะเร็ง การรักษามะเร็งแต่ละชนิด ##

สถิติเว็บไซต์ | ลิงค์เพื่อนบ้าน