[x]ปิดหน้าต่าง
Powered by www.siamca.com
SiamCA Member Clubs
;ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา เพื่อรับสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย ขอบคุณค่ะ.... [x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
Close
หน้าล็อคอิน
Username : Password :   [สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]


 

บทความรู้โรคมะเร็ง

  [ ดูบทความทั้งหมด ]

  อาหารสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัด

 
  จันทร์ ที่ 8 เดือน ตุลาคม พ.ศ.2555
Tag : เคมีบำบัด: โภชนบำบัดมะเร็ง : มะเร็ง    Bookmark and Share


 อาหารสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัด


 
     เมื่อครั้งแรกของการได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง  แพทย์จะทำการวางแผนการรักษาและจะแจ้งให้ทราบว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง  ในขณะได้รับเคมีบำบัด ฉายรังสี หรืออื่นๆ โดยส่วนมากการรักษาด้วยเคมีบำบัดมักจะก่อให้เกิดอาการข้างเคียงต่างๆ ตามมาซึ่งสัมพันธ์กับภาวะโภชนาการของผู้ป่วยโดยตรง เช่น 
       -  ความอยากอาหารลดลง      
       -  น้ำหนักลด
       -  เม็ดเลือดต่ำ              
       -  เป็นแผลในช่องปาก
       -  ปากแห้งคอแห้ง      
       -  ปัญหาเหงือกและฟัน
       -  การรับรสและกลิ่นเปลี่ยน              
       -  คลื่นไส้ อาเจียน
       -  ท้องเสีย      
       -  ท้องผูก
       -  มีอาการอ่อนเพลีย

     โดยการดูแลทางโภชนาการที่ดีจะทำให้ลดอาการข้างเคียงของการรักษาได้  นอกจากนั้นจะทำให้ลดภาวะการขาดสารอาหาร  เพราะหากเกิดอาการดังกล่าวมาก  จะทำให้ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้

การดูแลด้านอาหารก่อนได้รับเคมีบำบัด

     การได้รับเคมีบำบัดจำเป็นจะต้องมีการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะเข้ารับเคมีบำบัด  สำคัญที่สุด คือ ทำจิตใจให้สบาย และได้รับอาหารที่ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ  ควรได้รับคาร์โบไฮเดรตในรูปของข้าวที่ไม่ขัดสี  เนื้อสัตว์ได้ทุกประเภทที่ไม่มีไขมัน  และน้ำมันควรบริโภคแต่พอดี   อีกทั้งต้องพยายามจัดเตรียมอาหารสำหรับขั้นตอนระหว่างการได้รับเคมีบำบัด  โดยต้องแจ้งให้ผู้ดูแลหรือญาติทราบ  เพื่อจะได้ให้ความช่วยเหลือในระหว่างการรักษาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ





การดูแลด้านอาหารระหว่างการได้รับเคมีบำบัด

     ระหว่างการรับเคมีบำบัดมักจะเกิดอาการข้างเคียงขึ้นได้  ซึ่งมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล  หากการเตรียมความพร้อมดีและทำจิตใจให้สบาย  อาการแทรกซ้อนก็จะมีน้อย  แต่หากเกิดอาการแทรกซ้อนขึ้น  ไม่ต้องกังวล  ควรทำใจให้สบายและใช้หลักโภชนบำบัดในการดูแลสุขภาพ  ตามแต่กรณีดังต่อไปนี้

 ความอยากอาหารลดลง
     ควรเริ่มรับประทานอาหารแต่น้อยแต่กระจายมื้ออาหารให้มากขึ้น  และจัดรูปแบบอาหารให้น่ารับประทาน พยายามคิดถึงเมนูที่ตนเองชอบมากที่สุด  แต่เมนูดังกล่าวไม่ควรขัดกับหลักโภชนบำบัดสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง 

 น้ำหนักลดและเม็ดเลือดต่ำ
     ควรทำการเสริมอาหารประเภทของโปรตีน  โดยควรได้รับโปรตีนเพิ่มมากขึ้นประมาณ 1.5-2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม  โปรตีนควรเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย เช่น เนื้อปลา และเนื้อไก่ไม่ติดมัน  หากน้ำหนักยังลดลงอย่างต่อเนื่อง  ควรเพิ่มการดื่มน้ำผลไม้ให้มากขึ้น


 เป็นแผลในช่องปาก ปากแห้งคอแห้ง
     การเกิดแผลในช่องปากหรือปากแห้งมาจากการที่เซลล์เยื่อบุผิวถูกทำลาย  ควรดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 10 แก้ว   นอกจากนั้น อาจจะต้องพิจารณางดอาหารรสจัดในระหว่างเกิดอาการดังกล่าว  รวมไปถึงอาหารที่รสเปรี้ยวจัด และ อาหารที่มีความร้อนมากเกินไปก็ควรหลีกเลี่ยง  และควรกลั้วคอด้วยน้ำเกลือเป็นประจำ

 การรับรสและกลิ่นเปลี่ยนไป
     ในบางครั้งผู้ป่วยอาจมีการรับรสและกลิ่นที่เปลี่ยนแปลงไปได้  ดังนั้นรสชาติอาหารควรมีการดูแล และปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม  ที่สำคัญควรมีการเพิ่มกลิ่นในอาหาร เช่น ใส่ใบโหระพาเพื่อชูกลิ่นของอาหารให้มีกลิ่นน่ารับประทานมากขึ้น  หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันมากเพราะไขมันจะทำให้ตุ่มรับรสรับรสชาติได้แย่กว่าเดิม

 คลื่นไส้อาเจียน
     เมื่อเกิดอาการคลื่นไส้  อาหารที่รับประทานต้องมีลักษณะอ่อนย่อยง่าย  ไม่มีไขมันเป็นส่วนประกอบมากจนเกินไป  และเริ่มให้รับอาหารปริมาณน้อยก่อน  แล้วค่อย ๆ เพิ่มปริมาณอาหาร  แต่อาหารที่เลือกรับประทานควรเป็นอาหารพลังงานสูง เช่น เลือกเนื้อปลานำมานึ่งรับประทาน 

 ท้องเสีย
     หากเกิดอาการท้องเสีย  ควรงดเว้นการรับประทานอาหารรสจัดรวมไปถึงผักผลไม้  ไม่ควรรับประทานเส้นใยอาหารที่มากเกินไปในขณะที่เกิดอาการท้องเสีย  ควรเลือกรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย มีรสจืด  เพื่อลดอาการระคายเคืองระบบทางเดินอาหาร  หลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงไม่สุกทุกชนิด  แม้แต่ผักผลไม้ควรจะต้มหรือผ่านความร้อนก่อนรับประทาน  เพื่อฆ่าเชื้อที่มีอยู่ในผักเหล่านั้น 
ข้าวต้มเปล่า ๆ มีสรรพคุณช่วยเพิ่มกำลังวังชาและช่วยลดอาการท้องเสีย สำหรับผู้ป่วยที่ท้องเสียอย่าเพิ่งรับประทานข้าวสวย ควรรับประทานตามลำดับจากน้ำข้าวจนถึงข้าวต้มใส ๆ เพื่อให้ลำไส้มีโอกาสได้ปรับตัว เมื่อท้องเสียร่างกายเสียน้ำมาก  ควรรับประทานน้ำข้าวเติมด้วยเกลือเล็กน้อยเพื่อเป็นการเพิ่มเติมโซเดียมด้วย

 ท้องผูก
     ถ้าเกิดอาการท้องผูกและแน่นท้องควรดื่มน้ำให้มากขึ้น  และเลือกรับประทานอาหารเส้นใยให้มากขึ้น  โดยเฉพาะผัก ผลไม้ ธัญพืช ถั่วต่าง ๆ นอกจากนี้การฝึกเข้าห้องน้ำเป็นประจำยังช่วยได้มาก เช่น ทุกครั้งตอนตื่นนอนก็เข้าห้องน้ำแม้จะไม่ปวดอุจจาระก็ตาม  เพื่อฝึกนิสัยการขับถ่ายให้เคยชินหากมีอาการท้องผูก และควรดื่มน้ำวันละอย่างน้อย 8-10 แก้ว 

 ท้องอืด
     เป็นอาการที่เกิดจากระบบการย่อยอาหารทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ  ทำให้มีการตกค้างของอาหารที่ย่อยไม่สมบูรณ์อยู่ในระบบทางเดินอาหาร  จุลินทรีย์ประจำถิ่นจะทำหน้าที่ย่อยแทนร่างกายเราทำให้เกิดแก๊สขึ้น  จึงส่งผลให้เกิดอาการท้องอืด  การรับประทานอาหารไขมันต่ำและอาหารที่ย่อยง่ายจะช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวได้
อาหารเบาย่อยง่าย เช่น ข้าว ไข่ขาว ผักกาดแก้ว ปลา และยังมีอาหารและสมุนไพรบางตัวที่มีสรรพคุณช่วยย่อย และลดกรด เช่น ขมิ้นชัน  สะระแหน่  น้ำว่านหางจระเข้  น้ำทับทิม เป็นต้น

 มีอาการอ่อนแรง
     อาการอ่อนแรงควรกลับมาสำรวจดูอาหารที่รับประทานว่าเพียงพอหรือไม่  หากพบว่าไม่พอเพียงอาจจะต้องเพิ่มจำนวนอาหารให้มากขึ้น  หรือ มีการดื่มน้ำผลไม้เย็น ๆ  จิบเล่นเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้นระหว่างการได้รับเคมีบำบัด

อาหารกับเคมีบำบัดหลังได้รับการรักษา

     หลังจากได้รับเคมีบำบัดอาจจะเกิดอาการผมร่วง  ซึ่งเมื่อหลังได้รับการรักษาแล้วผมอาจจะยังไม่ขึ้น  ควรเน้นการให้ผู้ป่วยได้รับอาหารประเภทโปรตีนให้พอเพียง  นอกจากนี้ควรเพิ่มในส่วนของข้าวไม่ขัดสีเพื่อให้ได้รับวิตามินบีที่พอเพียง  อีกทั้งหากอาการท้องเสียยังไม่หายดีอาจจะต้องกลับไปพบแพทย์  ควรดูแลเรื่องความสะอาดของอาหารในการปรุงประกอบอย่างต่อเนื่อง  การได้รับอาหารยังคงเป็นพวกอาหารพลังงานสูงและมีโปรตีนสูงอยู่  เพราะอาหารดังกล่าวจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว



ติดต่อขอรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ฟรี คลิกที่นี่ หรือโทร 02-6640078  
 

เข้าชม : 23935   [ ขึ้นบน ]

มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งตับ มะเร็งปอด

อาหารผู้ป่วยมะเร็ง 5 อันดับล่าสุด

55 พิสตาชิโอ โต้มะเร็งปอดและต่อมลูกหมาก
ถั่วเม็ดจิ๋วอย่างพิสทาชิโอ นอกจากจะมีรสชาติอร่อยแล้วยังช่วยต้านมะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมากได้อีกด้วย [view 4399 ]
55 โปรตีนอัลบูมินในไข่ขาวกับผู้ป่วยโรคตับ
ไข่ขาวยอดโปรตีนอัลบูมิน สารสำคัญสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง [view 17141 ]
55 ผัก 5 สี คุณค่าต้านมะเร็ง
ผักสีสดใสนอกจากจะรสชาติอร่อยและช่วยเพิ่มสีสัน ผักหลากสียังช่วยต้านมะเร็งอีกด้วย [view 9836 ]
55 4 ถั่ว ต้านอนุมูลอิสระ
รู้หรือไม่ ถั่วเม็ดจิ๋วสามารถป้องกันมะเร็งได้ [view 6415 ]
55 ออร่า 7 สี ต่อสุขภาพ
สีของออร่าสามารถบอกถึงความสัมพันธ์ของร่างกาย จิตใจ และสุขภาพ อย่างที่คุณคาดไม่ถึง [view 4188 ]

  ลิงค์ที่น่าสนใจ

ครอบครัวเทียนเซียน

-->

มะเร็ง

โภชนบำบัดมะเร็ง
ค้นหา keyword
การฉายรังสี การดูแลผู้ป่วย การฝังแร่ การรักษามะเร็ง กำลังใจจากผู้ป่วย ความรู้โรคมะเร็ง ชี่กง ธรรมะรักษาโรค ผ่าตัด มะเร็ง มะเร็งกระดูก มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งช่องปาก มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมไทรอยด์ มะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก มะเร็งผิวหนัง มะเร็งรังไข่ มะเร็งลำไส้ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งสมอง มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งเต้านม มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งโพรงจมูก มะเร็งโพรงมดลูก มะเร็งไต ยาน้ำเทียนเซียน รักษามะเร็ง รังสีรักษา สมุนไพรจีน สมุนไพรเพื่อสุขภาพ สุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ อุลตร้าซาวน์ เคมีบำบัด เนื้องอกในสมอง แมมโมแกรม โภชนบำบัดมะเร็ง

 

www.siamca.com ขอสงวนสิทธิ์ ในการนำรูปภาพ หรือ ข้อความในเว็บไซต์ ไปเผยแพร่ หรือ ทำซ้ำ จะต้องได้รับการอนุญาตก่อนจึงจะกระทำได้ 
 
## Thailand Cancer Rehabilitation Club ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยมะเร็ง กิจกรรมสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง รอบรู้เรื่องมะเร็ง อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง การดูแลผู้ป่วยมะเร็ง การรักษามะเร็งแต่ละชนิด ##

   | Check Mailลิงค์เพื่อนบ้าน