[x]ปิดหน้าต่าง
Powered by www.siamca.com
SiamCA Member Clubs
;ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา เพื่อรับสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย ขอบคุณค่ะ.... [x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
Close
หน้าล็อคอิน
Username : Password :   [สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]


 

บทความรู้โรคมะเร็ง

  [ ดูบทความทั้งหมด ]

  การดูแลหลังรักษามะเร็งกระเพาะอาหาร

 
  จันทร์ ที่ 19 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2555
Tag : การดูแลผู้ป่วย: การรักษามะเร็ง: มะเร็งกระเพาะอาหาร    Bookmark and Share


 

 

การดูแลหลังรักษามะเร็งกระเพาะอาหาร

 

นพ.วิญญู จันทรสุนทรกุล 

โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชฯ 


 

หลังผ่าตัดกระเพาะอาหารควรดูแลตนเองในเรื่องต่อไปนี้ 

 

   1. แผลที่ผ่าตัด จะอยู่ตรงกลางลากจากลิ้นปี่ลงมาถึงสะดือ มักตัดไหมแผลผ่าตัดที่หน้าท้องประมาณวันที่ 7 หรือ 9 ควรระวังไม่ให้แผลเปียกน้ำก่อนตัดไหม หรือหลังตัดไหม 2-3 วัน รักษาผิวหนังรอบๆ แผล และผิวหนังทั่งร่างกายให้สะอาด ไม่แกะเกาแผลไม่ควรใส่ยาใดๆ ที่แผล ถ้าแพทย์ไม่ได้สั่งมา และสังเกตอาการอักเสบของแผล  

 

   2. อาหาร  เนื่องกระเพาะมีหน้าที่สำคัญ คือ เป็นที่เก็บอาหารก่อนที่จะบดและคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วส่งต่อไปยังลำไส้เล็กเพื่อผสมกับน้ำย่อยจากตับอ่อนเพื่อย่อยให้ละเอียด หลังผ่าตัดแล้วจะเหลือมากน้อยขึ้นกับตำแหน่งและขนาดของก้อน  ถ้าตำแหน่งอยู่ด้านบนหรือส่วนของตัวกระเพาะ มักจะตัดออกทั้งกระเพาะเหลือแต่ลำไส้เล็กต่อกับหลอดอาหารโดยตรง ถ้าเป็นด้านล่างของกระเพาะซึ่งเป็นประตูออกสู่ลำไส้ อาจจะตัดออกเฉพาะครึ่งล่างเหลือกระเพาะครึ่งบนมาต่อกับลำไส้ ส่วนด้านบนของกระเพาะ ซึ่งจุดนี้ยังเป็นที่ผลิตสารที่จำเป็นในการดูดซึมวิตามินบี 12 ถ้าตัดส่วนนี้ไป จะดูดซึมไม่ได้จะต้องฉีดวิตามินบี12 เสริมเป็นพิเศษ 

 

สำหรับหลังผ่าตัดควรเลือกรับประทานและปฏิบัติดังนี้  

   - อาหารมีคุณค่าครบทุกหมู่ ทั้งเนื้อสัตว์ นม ถั่ว ไข่ แป้ง ผักผลไม้  

   - อาหารอ่อน ย่อยง่าย รสไม่จัด เนื้อสัตว์ที่ย่อยง่ายเช่น เนื้อปลา กุ้ง ถ้าจะรับประทานเนื้อสัตว์ที่ย่อยยากควรต้มให้เปื่อยก่อน หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีกากมาก เช่น เมล็ดพืช เปลือก ผลไม้ ผักเยื่อใยหยาบ เป็นต้น  

   - เคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืนและรับประทานอาหารช้า ๆ  

   - รับประทานอาหารมื้อละน้อย แต่บ่อยครั้งขึ้นกับกระเพาะเหลือเนื้อที่เก็บมากน้อยตามที่จะรับได้ แพทย์บางท่านอาจจะเอาลำไส้ใหญ่มาเป็นตัวกระเพาะสำรองให้แทน โดยทั่วไปวันละ 6 มื้อก็เพียงพอในการรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่ และควรรับประทานให้ตรงเวลา  

   - บางท่านอาจจะไม่ต้องปรับเปลี่ยนอาหาร เพียงแต่ลดปริมาณและเพิ่มจำนวนมื้อขึ้น ถ้ามีปัญหาเรื่องอาหารควรปฏิบัติดังนี้ หลีกเลี่ยงอาหารแป้งและน้ำตาลที่มีรสเข้มข้นจัด เช่น อาหารเค็ม หวานจัด อาหารซอง น้ำหวาน น้ำเชื่อม ขนมหวานเพราะอาจจะทำให้ท่านรู้สึกมึนงง ปวดท้อง หรือเกิดท้องเสียจากอาหารความเข้มข้นสูงเหล่านี้ผ่านลงไปในลำไส้เร็วเกินไป ควรเพิ่มปริมาณอาหารไขมันให้มากขึ้น 

   - ลดจำนวนอาหารที่เป็นของเหลวหรือดื่มน้ำให้น้อยลงขณะรับประทานอาหาร และดื่มน้ำระหว่างมื้อหลังจาก1-2 ชั่วโมงแล้วทดแทน  

   - อาหารที่รับประทานควรสะอาดสุกใหม่ ๆ งดอาหารที่คิดว่าอาจจะปนเปื้อนทำความสะอาดไม่ได้เช่น หอยทุกชนิด อาหารหมักดองเนื่องจากน้ำกรดที่ช่วยในการย่อยและส่วนหนึ่งทำลายเชื้อโรคมาจากกระเพาะเมื่อถูกตัดก็จะมีน้ำกรดเหลือน้อยลง อาหาร มือ และภาชนะควรล้างให้สะอาดก่อนปรุง อาหารที่ปรุงแล้วปิดให้มิดชิด และล้างมือก่อนรับประทานอาหาร  

   - ไม่ควรอยู่ในท่าเอนนอนหลังรับประทานอาหารอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงเพราะอาหารและน้ำย่อยที่ยังไม่ผ่านไปยังลำไส้อาจจะย้อนสวนทางขึ้นมาในลำคอได้ 

   - งดดื่มชา กาแฟ สุรา และสิ่งเสพติด เช่น งดสูบบุหรี่ 

   - ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

 

   3. ยา  รับประทานยาตามแพทย์สั่ง ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อเยื่อบุลำไส้ เช่น ยาแก้ปวดพวกแอสไพริน  ถ้าจำเป็นต้องรับประทานยาแก้ปวดให้ดื่มน้ำมากๆ หรือรับประทานหลังอาหารทันที  

 

   4. การออกกำลังกาย หลังผ่าตัดอย่างน้อย 2 เดือน ไม่ควรออกแรง หรือเกร็งบริเวณกล้ามเนื้อหน้าท้องมาก เช่น  ยกของหนัก ควรทำงานบ้านหรือทำงานทั่วไปเบาๆ การออกกำลังกายควรเริ่มจากเบาก่อน แล้วค่อยๆ  เพิ่มแรงขึ้นให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย  

 

   5. ควรมาตรวจตามแพทย์นัด แพทย์จะถามอาการผิดปกติ ตรวจร่างกาย ตรวจเลือด อาจจะมีการตรวจส่องกล้อง หรือตรวจด้วยคอมพิวเตอร์ในระยะแรกๆ นอกจากนี้ เมื่อมีอาการผิดปกติ แม้ยังไม่ถึงเวลานัดก็ควรมาปรึกษาก่อน อาการเหล่านี้ ได้แก่ 

    - แผลอักเสบติดเชื้อ เช่น มีไข้ ปวดบวม แดง ร้อน มีหนองไหล หรือแผลแยก

    - อ่อนเพลีย เหงื่อออก คลื่นไส้ ใจสั่น เป็นลม  

    - น้ำหนักลด ซีด ท้องเสีย ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด หรือมีสีดำโดยไม่ทราบสาเหตุ ปวดท้อง อาเจียน เป็นต้น  

    - เหนื่อยง่าย ซ่าและชามือเท้า นำบัตรและใบนัดไปด้วยทุกครั้งที่ไปตรวจ 

 

   6. การป้องกันไม่ให้เป็นอีก  สาเหตุของมะเร็งกระเพาะอาหารยังไม่ทราบแน่ชัด แต่การมีเยื่อบุผนังกระเพาะฝ่อ กระเพาะมีการหลั่งกรดน้อย การติดเชื้อโรคบางสายพันธุ์ในกระเพาะอาหาร พบว่าเกิดบ่อยขึ้น รวมทั้งการกินอาหารเค็ม อาหารดอง อาหารที่รมควัน การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนปัจจัยที่ป้องกัน ได้แก่ การกำจัดเชื้อในกระเพาะถ้าตรวจพบ การบริโภคผักสด ผลไม้สด ธัญพืชและชาเขียว ที่ยังอยู่ในการวิจัย ได้แก่ แอสไพริน ยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ไช่ สเตียรอยด์ในขนาดสูง อย่างไรก็ตาม แม้ผู้ป่วยมีการดูแลและปฏิบัติตัวอย่างไม่เสี่ยงก็ตาม ไม่ได้ประกันว่าจะไม่เป็นอะไรอีก ดังนั้น การตรวจพบความผิดปกติแต่เนิ่นๆ จะทำให้การรักษาได้ผลดีที่สุด

 

   7. การพักผ่อนทั้งกายและใจ   นอนหลับให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง หางานที่ชอบทำจิตใจจะได้สบาย จงใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีคุณค่าต่อตนเองและเพื่อผู้อื่นให้มากที่สุด จงคิดว่าเป็นโชคดีที่เราได้มีโอกาสดูแลตัวเอง 



ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ฟรี คลิกที่นี่ หรือโทร 02-6640078

 

 

 


เข้าชม : 9873   [ ขึ้นบน ]

มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งตับ มะเร็งปอด

การดูแลผู้ป่วย 5 อันดับล่าสุด

55 5 วิธี เรียกสติ หนีความเครียด
ความเครียดนอกจากจะเป็นต้นเหตุของการทำลายสุขภาพจิต ยังเป็นสิ่งที่บ่อเกิดโรคกับร่างกายอีกด้วย [view 3000 ]
55 รีเฟรชร่างกายต้อนรับวันใหม่ ตอนที่ 2
นอกจากการออกกำลังกาย การรับประทานผักและผลไม้ก็ช่วยทำให้ร่างกายเราสดชื่นสมบูรณ์แบบ [view 2095 ]
55 รีเฟรชร่างกายต้อนรับวันใหม่ ตอนที่ 1
ร่างกายผ่านช่วงสังสรรค์ยาวก็เหนื่อยล้า เรามาฟื้นฟูร่างกายให้สดใสพร้อมใช้งานดีกว่า [view 1988 ]
55 เดินลดผลข้างเคียงรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก
การเดินเล่น 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ช่วยลดอาการอ่อนแรง ความเครียด ในคนไข้หลังรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก [view 1760 ]
55 คำถามที่ควรถามหมอเมื่อเป็นมะเร็ง
อย่ามัวแต่อึ้ง ตกใจ เสียใจ รีบตั้งสติแล้วถามหมอให้ชัดเจนได้ประโยชน์ [view 7459 ]

  ลิงค์ที่น่าสนใจ

ครอบครัวเทียนเซียน

-->

มะเร็ง

โภชนบำบัดมะเร็ง
ค้นหา keyword
การฉายรังสี การดูแลผู้ป่วย การฝังแร่ การรักษามะเร็ง กำลังใจจากผู้ป่วย ความรู้โรคมะเร็ง ชี่กง ธรรมะรักษาโรค ผ่าตัด มะเร็ง มะเร็งกระดูก มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งช่องปาก มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมไทรอยด์ มะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก มะเร็งผิวหนัง มะเร็งรังไข่ มะเร็งลำไส้ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งสมอง มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งเต้านม มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งโพรงจมูก มะเร็งโพรงมดลูก มะเร็งไต ยาน้ำเทียนเซียน รักษามะเร็ง รังสีรักษา สมุนไพรจีน สมุนไพรเพื่อสุขภาพ สุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ อุลตร้าซาวน์ เคมีบำบัด เนื้องอกในสมอง แมมโมแกรม โภชนบำบัดมะเร็ง

 

www.siamca.com ขอสงวนสิทธิ์ ในการนำรูปภาพ หรือ ข้อความในเว็บไซต์ ไปเผยแพร่ หรือ ทำซ้ำ จะต้องได้รับการอนุญาตก่อนจึงจะกระทำได้ 
 
## Thailand Cancer Rehabilitation Club ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยมะเร็ง กิจกรรมสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง รอบรู้เรื่องมะเร็ง อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง การดูแลผู้ป่วยมะเร็ง การรักษามะเร็งแต่ละชนิด ##

   | Check Mailลิงค์เพื่อนบ้าน