[x]ปิดหน้าต่าง
Powered by www.siamca.com
SiamCA Member Clubs
;ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา เพื่อรับสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย ขอบคุณค่ะ.... [x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.siamca.com
Close
หน้าล็อคอิน
Username : Password :   [สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]


 

บทความรู้โรคมะเร็ง

  [ ดูบทความทั้งหมด ]

  อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร

 
  อังคาร ที่ 25 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2553
Tag : มะเร็ง: โภชนบำบัดมะเร็ง : มะเร็งกระเพาะอาหาร    Bookmark and Share


อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร



  

         มะเร็งกระเพาะอาหารสามารถเกิดขึ้นที่ส่วนใดของกระเพาะอาหารก็ได้ โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นเซลล์ชนิด adenocarcinoma ปัจจัยเสี่ยงเกิดจาก การสูบบุหรี่ การติดเชื้อ Helicobacter pyroli การมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง เพศชายจะเสี่ยงมากกว่าเพศหญิง 2 เท่า การป่วยเป็นโรคโลหิตจางชนิด Pernicious anemia Hereditary nonpolyposis (HNPCC หรือ lynch syndrome) ,familial adenomatous polyposis (FAP) และโรคอ้วน เหล่านี้จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร อาการของโรคบางครั้งผู้ป่วยอาจไม่มีอาการใด หรือมีอาการท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียนก็ได้ การวินิจฉัยอาจทำการส่องกล้องหรือกลืนแป้งเพื่อดูชิ้นเนื้อที่เป็นอยู่ การรักษามะเร็งกระเพาะอาหารขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของก้อนเนื้อร้าย การกระจายไปอวัยวะอื่นๆ หรือไม่ และสุขภาพทั่วไปของผู้ป่วย ในหลายกรณี คณะแพทย์ซึ่งประกอบด้วยแพทย์ระบบทางเดินอาหาร ศัลยแพทย์ อายุรแพทย์โรคมะเร็ง และแพทย์รังสีรักษา ต้องปรึกษากันเพื่อวางแผนการรักษาที่ดีที่สุด ที่สำคัญอีกอย่าง คือ หลังจากการผ่าตัดกระเพาะอาหารผู้ป่วยมักจะเกิดกลุ่มอาการที่เรียกว่า dumping syndrome ซึ่งอาหารก็จะเข้ามามีบทบาทสำคัญมาก


การจัดอาหาร

ข้าวแป้ง

    ผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารคงต้องหันมาให้ความสำคัญต่อการควบคุมคาร์โบไฮเดรตร่วมด้วย เนื่องจากพบว่า หากคาร์โบไฮเดรตมากไปอาจทำให้เกิดผลเสียต่อโรคมะเร็งที่เป็นอยู่ได้ พลังงานจากอาหารหมู่นี้ยังคงได้รับเท่าเดิม คือ  55-60% ของพลังงานทั้งหมด แต่การได้รับนั้นควรกระจายให้มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตเท่ากันทุกมื้ออาหาร ยกเว้นในกรณีที่เพิ่งผ่าตัดกระเพาะออกไปบางส่วน ควรแบ่งมื้ออาหารและลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตให้น้อยเท่าที่ทำได้ เพื่อลดอาการไม่สบายท้องรวมไปถึงคลื่นไส้อาเจียน ควรรับประทานอาหารที่หลากหลาย หากเบื่ออาหารประเภทข้าวอาจเปลี่ยนเป็นขนมปัง หรือก๋วยเตี๋ยวราดหน้าบ้างก็ได้

เนื้อสัตว์
     การรับประทานเนื้อสัตว์มากอาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะในเนื้อสัตว์ที่ติดมันมาก หรือในกรณีที่มีการปนเปื้อนของสารเคมี เช่น ในเนื้อหมูอาจจะมีไขมันอยู่เยอะ และมีการปนเปื้อนของสารเร่งเนื้อแดง ดังนั้น ควรเลือกเนื้อสัตว์ที่มีไขมันต่ำจากแหล่งหรือร้านที่เชื่อถือได้ว่าไม่มีการปนเปื้อนสารเคมี  โดยควรได้รับโปรตีนวันละ 15% ของปริมาณพลังงานที่ร่างกายต้องการแต่ละวัน แหล่งโปรตีนที่ดีที่สุด คือ ไข่ไก่ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่มีกรดอะมิโนครบทุกชนิด

ไขมัน
     ไขมันยังคงเป็นสิ่งที่ควรจำกัด และดูแลเป็นพิเศษ ควรงดเว้นของทอด กะทิ และอาหารอื่นๆ ที่มีส่วนประกอบไขมันสูง การปรุงประกอบอาหารโดยใช้น้ำมันมะกอกจะสามารถส่งผลดีต่อผู้ป่วยมะเร็งได้ ดังมีรายงานของการรับประทานอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งจะใช้น้ำมันมะกอกปรุงอาหาร พบว่าอัตราเสี่ยงต่อมะเร็งกระเพาะอาหารลดลง  แต่อย่างไรก็ตาม ถึงมีข้อมูลว่าน้ำมันมะกอกให้ผลดีต่อผู้ป่วย แต่ไม่ได้หมายถึงการรับประทานไขมันมากๆ และจะส่งผลดีต่อร่างกายดังนั้นควรลดการรับประทานไขมันเท่าที่เป็นไปได้

ผัก
       พืชในกลุ่มผักที่มีสาร Isoflavone มีรายงานทั้งช่วยควบคุมเซลล์มะเร็งและไม่มีผลต่อการควบคุมมะเร็ง แต่อย่างไรก็ตาม สารเหล่านี้ก็ยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ จึงถือว่าการรับประทานผักกลุ่มกะหล่ำ บร็อคโคลี่ ยังให้ผลดีในการต้านอนุมูลอิสระอยู่ ควรรับประทานผักให้ได้วันละ 5 ทัพพี ขึ้นไป และมีรายงานถึงเห็ดหัวลิง ว่าสามารถให้ผลดีในการลดการเกิดมะเร็งกระเพาะรวมไปถึงแผลในกระเพาะอาหารได้


ผลไม้
    ผลไม้สามารถรับประทานได้ทุกชนิด แต่ให้ระมัดระวังในกรณีของการผ่าตัดกระเพาะแล้วเท่านั้น หลังจากนั้นสามารถเลือกรับประทานผลไม้ที่ไม่มีเนื้อหยาบเกินไปได้ตามต้องการ อาทิ มะละกอสุก ส้ม เป็นต้น

      สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการ dumping syndrome (เกิดจากการที่อาหารผ่านกระเพาะอาหารเข้าสู่ลำไส้เล็กเร็วเกินไป ทำให้มีอาการปวดเกร็งช่องท้อง คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย และอาจพบอาการน้ำตาลในเลือดต่ำได้) ร่วมด้วย ควรมีการดูแลอาหารพิเศษเพิ่มขึ้น คือ
• ทานอาหารให้ลดปริมาณต่อมื้อให้น้อยลงแต่รับประทานเพิ่มจำนวนมื้อขึ้นแทน
• ไม่ทานอาหารร้อนจัด หรือเย็นจัดจนเกินไป
• ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น พวกเครื่องดื่มธัญพืช 
• ไม่ดื่มน้ำร่วมกับมื้ออาหารควรเว้นระยะห่างจากการรับประทานอาหาร 30 นาที
• ควรอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนขณะรับประทานอาหารเพื่อให้อาหารเคลื่อนตัวได้ดีขึ้น
• หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกรดสูง เช่น มะเขือเทศ ส้ม มะนาว เป็นต้น
• ควรรับประทานอาหารที่มี pectin สูง เช่น  แอปเปิ้ล พลัม  พีช  เป็นต้น
• ควรได้รับแคลเซียมและวิตามิน บี 12  เสริมจะสามารถทำให้ฟื้นฟูร่างกายได้เร็วขึ้น

ตัวอย่างการเลือกอาหารสำหรับผู้ป่วย dumping syndrome 

ข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว

การเลือกอาหาร

อาหารที่ควรเลี่ยง

รับประทาน 6-11 ส่วนต่อวัน
โดย 1 ส่วนเท่ากับขนมปัง 1 แผ่น, ข้าว 1 ทัพพี, พาสต้า 1/2 ถ้วย

ขนมปังทุกชนิดที่ไม่มีรสหวาน, ข้าว พาสต้า, แครกเกอร์, ซุป

อาหารหวาน, แครกเกอร์, ขนมปัง หวาน, แพนเค้ก, วาฟเฟิล

ผลไม้

การเลือกอาหาร

อาหารที่ควรเลี่ยง

รับประทาน 2-4 ส่วนต่อวัน
โดย 1 ส่วน คือ 1 ผลของผลไม้ขนาดกลาง เช่น ส้ม 1 ผล  
                       

ผลไม้สดที่ไม่หวานจัด, น้ำผลไม้ 100% ไม่หวานจัด ควรรับประทานหลังอาหาร 1 ชั่วโมง

ผลไม้กระป๋องในน้ำเชื่อม, น้ำผลไม้ที่เติมน้ำตาล

นม

การเลือกอาหาร

อาหารที่ควรเลี่ยง

วันละไม่เกิน 2 ส่วน
โดย 1 ส่วน เท่ากับ 1 แก้ว 

โยเกิร์ตรสธรรมชาติ, นมพร่องมันเนยจืด                   

มิลค์เชค, โยเกิร์ตรสหวาน

เครื่องดื่ม

การเลือกอาหาร

อาหารที่ควรเลี่ยง

 

เครื่องดื่มปราศจากน้ำตาลทุกชนิด

แอลกอฮอล์, เครื่องดื่มใส่น้ำตาล

หมายเหตุ  :  กลุ่มผักและเนื้อสัตว์สามารถรับประทานได้ตามปกติและไขมันเลี่ยงให้ได้มากที่สุด
คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร
• รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย รสไม่จัด เนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย เช่น เนื้อปลา กุ้ง ถ้าจะรับประทานเนื้อสัตว์ที่ย่อยยากควรต้มให้เปื่อยก่อน  หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีกากมาก เช่น เมล็ดพืช เปลือกผลไม้ ผักเยื่อใยหยาบ เป็นต้น
• เคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืนและรับประทานอาหารช้าๆ
• อาหารควรสะอาดสุกใหม่ งดอาหารที่คิดว่าอาจจะปนเปื้อนทำความสะอาดไม่ได้ เช่น หอยทุกชนิด อาหารหมักดอง เนื่องจากน้ำกรดที่ช่วยในการย่อยและทำลายเชื้อโรคมาจากกระเพาะ เมื่อกระเพาะถูกตัดน้ำกรดก็เหลือน้อยลง อาหาร มือ และภาชนะควรล้างให้สะอาดก่อนปรุง อาหารที่ปรุงแล้วปิดให้มิดชิด และล้างมือก่อนรับประทานอาหาร

ขอรับเอกสารเพิ่มเติมอาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง คลิกที่นี่ หรือโทร 02-6640078


เข้าชม : 38360   [ ขึ้นบน ]

มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งตับ มะเร็งปอด

อาหารผู้ป่วยมะเร็ง 5 อันดับล่าสุด

55 พิสตาชิโอ โต้มะเร็งปอดและต่อมลูกหมาก
ถั่วเม็ดจิ๋วอย่างพิสทาชิโอ นอกจากจะมีรสชาติอร่อยแล้วยังช่วยต้านมะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมากได้อีกด้วย [view 3797 ]
55 โปรตีนอัลบูมินในไข่ขาวกับผู้ป่วยโรคตับ
ไข่ขาวยอดโปรตีนอัลบูมิน สารสำคัญสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง [view 14926 ]
55 ผัก 5 สี คุณค่าต้านมะเร็ง
ผักสีสดใสนอกจากจะรสชาติอร่อยและช่วยเพิ่มสีสัน ผักหลากสียังช่วยต้านมะเร็งอีกด้วย [view 9086 ]
55 4 ถั่ว ต้านอนุมูลอิสระ
รู้หรือไม่ ถั่วเม็ดจิ๋วสามารถป้องกันมะเร็งได้ [view 5928 ]
55 ออร่า 7 สี ต่อสุขภาพ
สีของออร่าสามารถบอกถึงความสัมพันธ์ของร่างกาย จิตใจ และสุขภาพ อย่างที่คุณคาดไม่ถึง [view 3938 ]

  ลิงค์ที่น่าสนใจ

ครอบครัวเทียนเซียน

-->

มะเร็ง

โภชนบำบัดมะเร็ง
ค้นหา keyword
การฉายรังสี การดูแลผู้ป่วย การฝังแร่ การรักษามะเร็ง กำลังใจจากผู้ป่วย ความรู้โรคมะเร็ง ชี่กง ธรรมะรักษาโรค ผ่าตัด มะเร็ง มะเร็งกระดูก มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งช่องปาก มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมไทรอยด์ มะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก มะเร็งผิวหนัง มะเร็งรังไข่ มะเร็งลำไส้ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งสมอง มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งเต้านม มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งโพรงจมูก มะเร็งโพรงมดลูก มะเร็งไต ยาน้ำเทียนเซียน รักษามะเร็ง รังสีรักษา สมุนไพรจีน สมุนไพรเพื่อสุขภาพ สุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ อุลตร้าซาวน์ เคมีบำบัด เนื้องอกในสมอง แมมโมแกรม โภชนบำบัดมะเร็ง

 

www.siamca.com ขอสงวนสิทธิ์ ในการนำรูปภาพ หรือ ข้อความในเว็บไซต์ ไปเผยแพร่ หรือ ทำซ้ำ จะต้องได้รับการอนุญาตก่อนจึงจะกระทำได้ 
 
## Thailand Cancer Rehabilitation Club ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยมะเร็ง กิจกรรมสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง รอบรู้เรื่องมะเร็ง อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง การดูแลผู้ป่วยมะเร็ง การรักษามะเร็งแต่ละชนิด ##

   | Check Mailลิงค์เพื่อนบ้าน