ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วย โรคมะเร็ง
 
กิจกรรมของเรา
สมุนไพรน่ารู้
รู้จักมะเร็ง
ไขปัญหา
อาหารเพื่อสุขภาพ
ก้าวทันมะเร็ง
กำลังใจจากเพื่อน

  • ผ่าตัดต่อมลูกหมากน่ากลัวจริงหรือ
  • ดูแลอย่างไรเมื่อฝังแร่
  • ทวารเทียมคืออะไร
  • ชาเขียวช่วยป้องกันโรคมะเร็งจริงหรือ?
  • เมื่อเป็นมะเร็งแล้วไม่ควรรับประทานอะไร
  • อาการข้างเคียงของเคมีบำบัดเป็นอย่างไร
  • การดูแลผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัด
  • การดูแลผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัด
  • การดูแลผู้ป่วยที่ได้รับรังสีรักษา
  • การจัดการกับอาการเจ็บปวด
  • ไขปัญหาเรื่องหญ้าปักกิ่ง
  • กินผักผลไม้อย่างไรไม่เสี่ยงพิษ
  • ใยอาหารช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งหรือไม่
  • อาหารมัน ๆ (ไขมัน) ทำให้เกิดมะเร็งหรือ
  • มะเร็งกับสารอาหารต่าง ๆ
  • แหล่งเสริมวิตะมินบี
  • จะบริหารร่างกายภายหลังได้รับรังสีรักษาอย่างไรดี
  • ปัญหาที่ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งรับประทานอาหารได้น้อยลง
  • ตรวจอะไร..บ่อยแค่ไหน สำหรับผู้หญิง
  • รู้จักอาหารเสริมต้านมะเร็ง



  • ::: Home ::: ::: About ::: ::: Web Board ::: ::: Contact Us :::
     

    ไขปัญหา
    Untitled Document
    ทวารเทียม
    ทวารเทียมหรือทวารใหม่ หรือเรียกทับศัพท์ว่า “ออสโตมี ” เป็นการนำลำไส้มาเปิดออกทางหน้าท้อง เพื่อขับถ่ายของเสีย ส่วนของลำไส้ที่นำมาเปิดออกทางหน้าท้องเรียกว่า “stoma” ซึ่งจะมีการใช้อุปกรณ์เพื่อช่วยรองรับอุจจาระที่ร่างกายขับออกมา ลักษณะเป็นถุงเรียกว่า Colostomy bag ซึ่งถุงดังกล่าวเป็นระบบปิด ป้องกันการไหลซึมของอากาศ ของเหลวต่าง ๆ และป้องกันกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ของอุจจาระ เมื่ออุจจาระแล้ว จะต้องเปลี่ยน colostomy bag แต่การเปลี่ยนทำได้ไม่ยาก ผู้ป่วยสามารถทำได้ด้วยตนเอง ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกเจ็บเมื่อแตะต้องทวารเทียม

    คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยผ่าตัดเปิดลำไส้ทางหน้าท้อง
    • หลังผ่าตัดประมาณ 7-10 วัน แผลที่บริเวณ stoma ก็จะแห้งสนิท และระบบขับถ่ายอุจจาระก็จะเข้าสู่ภาวะปกติเช่นกัน ผู้ป่วยจึงสามารถประกอบกิจวัตรประจำวันได้ตามเหมือนเดิม
    • หลังผ่าตัด 6–8 เดือน สามารถออกกำลังกายได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงกีฬาที่หักโหมรุนแรง และ ไม่ควรยกของหนักเพราะอาจเป็นสาเหตุการเกิดไส้เลื่อนได้
    • รับประทานอาหารได้ทุกประเภท ยกเว้นบางโรคที่ต้องควบคุมการรับประทานอาหาร เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน โรคตับ โรคไต ความดันโลหิตสูง
    • ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สและกลิ่น เช่น ถั่ว สะตอ ชะอม น้ำอัดลม เบียร์ เป็นต้น แต่ผลิตภัณท์บางชนิดมีตัวช่วยเก็บกลิ่นด้วย
    • ควรดื่มน้ำอย่างน้อย วันละ 6–8 แก้ว หลีกเลี่ยงปัญหาท้องผูก
    • การมีเลือดออกเล็กน้อยไม่ต้องตกใจ เพราะอาจเกิดจากการทำความสะอาดที่บ่อยหรือแรงเกินไป
    • การผ่าตัดไม่ได้ลดความต้องการทางเพศแต่อย่างใด ขึ้นกับการแสดงออกและความเข้าใจซึ่งกันและกัน

    อาการผิดปกติที่ควรมาพบแพทย์ คือ
    1. ผิวหนังรอบทวารเทียมอักเสบหรือเกิดแผลเปื่อยจากอุจจาระสัมผัสบริเวณผิวหนัง สาเหตุจากการปิดถุงที่ไม่พอดีหรือตำแหน่งทวารเทียมไม่เหมาะสม ทำให้เกิดมีรอยรั่วซึมของอุจจาระ หรือ ใช้สบู่ที่มีฤทธิ์แรงทำความสะอาด รวมทั้งการแพ้กาวจากถุงรองรับ อุจจาระ
    2. ลำไส้ที่ทำทวารเทียมตีบแคบ บวม หรือ มีสีดำคล้ำ
    3. ไส้เลื่อน หรือ ลำไส้ยื่นออกมามากผิดปกติ
    4. เลือดออกมาก
    5. ท้องเสียรุนแรง อุจจาระเหม็นผิดปกติ
    6. ท้องผูก ไม่ถ่ายอุจจาระ ท้องอืด อาเจียน

    ในผู้ป่วยที่ต้องทำการผ่าตัดมีทวารเทียม มักมีความเครียดและมีความวิตกกังวลเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของตนเอง อาจมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านกิจวัตรประจำวัน การใช้ชีวิตในสังคม และอาจกระทบถึงบทบาทและสัมพันธภาพในครอบครัว แต่ถ้าผู้ป่วยมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องทวารเทียมและการดูแลทวารเทียม อีกทั้งได้รับแรงสนับสนุนจากบุคคลใกล้ชิดโดยการพูดเชิงบวก การไม่แสดงท่าทีรังเกียจจะสามารถสร้างกำลังใจที่ดีให้แก่ผู้ป่วยให้รับรู้ได้ถึงความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง ยังเป็นที่รักและต้องการของบุคคลรอบข้างจะทำให้สามารถปรับตัวยอมรับสถานการณ์และโรคที่กำลังเผชิญอยู่ได้