เผชิญหน้ากับฝันร้ายของผู้ป่วยมะเร็งด้วยใจที่เข้มแข็ง

วันที่ 27-01-2026 | อ่าน : 27


เผชิญหน้ากับฝันร้ายของผู้ป่วยมะเร็งด้วยใจที่เข้มแข็ง

เมื่อการสแกนกลายเป็นฝันร้ายที่เลี่ยงไม่ได้

สำหรับคนทั่วไป การเข้าเครื่องตรวจอย่าง MRI, CT Scan หรือ PET Scan อาจเป็นเพียงขั้นตอนทางการแพทย์ที่น่าเบื่อ แต่สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง นี่คือ "ช่วงเวลาแห่งการพิพากษา" หรือที่เรียกกันในวงการจิตวิทยามะเร็งว่า Scanxiety (Scan + Anxiety)

ภาวะนี้ไม่ใช่แค่ความกลัวสถานที่แคบหรือเสียงดังของเครื่องมือ แต่มันคือความวิตกกังวลอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นก่อน ระหว่าง และหลังการตรวจ โดยมีสาเหตุหลักมาจากความกังวลว่า "มะเร็งจะกลับมาไหม?" หรือ "การรักษาที่ผ่านมาได้ผลหรือไม่?" ความไม่แน่นอนนี้เองที่เปรียบเสมือนฝันร้ายที่ทำลายคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างเงียบเชียบ

ทำไมเราถึงกลัวการเข้าเครื่องสแกน?

  1. ความกลัวผลลัพธ์

การสแกนแต่ละครั้งหมายถึงคำตอบว่าชีวิตจะเดินไปทางไหนต่อ หากผลออกมาดีก็รอดตัวไป แต่หากผลออกมาว่าโรคลุกลาม นั่นหมายถึงการกลับเข้าสู่สมรภูมิเคมีบำบัดหรือการผ่าตัดอีกครั้ง

  1. สภาพแวดล้อมที่กระตุ้นความทรงจำ

กลิ่นโรงพยาบาล เสียงแหลมคมของเครื่อง MRI หรือสัมผัสของเข็มเจาะน้ำยาสื่อคอนทราสต์ สามารถกระตุ้นอาการ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) ในผู้ป่วยได้

  1. ความรู้สึกไร้การควบคุม

การต้องนอนนิ่งๆ ในอุโมงค์แคบๆ เป็นเวลานานโดยขยับตัวไม่ได้ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเปราะบางและขาดอำนาจในการควบคุมร่างกายตนเอง

6 วิธีรับมือกับภาวะ Scanxiety เพื่อเปลี่ยนฝันร้ายให้เป็นความสงบ

1. ยอมรับและตั้งชื่อให้กับความรู้สึก

อย่าพยายามกดทับความกลัว การบอกตัวเองว่า "ฉันกำลังเผชิญกับ Scanxiety" จะช่วยให้สมองส่วนหน้าทำงานเพื่อดึงสติกลับมา แทนที่จะปล่อยให้สมองส่วนอารมณ์ (Amygdala) ควบคุมเราทั้งหมด

2. วางแผนล่วงหน้าสำหรับ "ช่วงเวลาแห่งการรอคอย"

ช่วงที่ทรมานที่สุดไม่ใช่ตอนอยู่ในเครื่อง แต่คือช่วงรอผลตรวจ

  • นัดหมายผลตรวจทันที: พยายามขอฟังผลให้เร็วที่สุดหลังการสแกน
  • หากิจกรรมเบี่ยงเบนสนใจ: วางแผนดูซีรีส์ที่ชอบ อ่านหนังสือเล่มใหม่ หรือไปเที่ยวในที่ที่อยากไปในช่วงรอผล

3. ฝึกเทคนิคการหายใจและจินตภาพ

ในขณะที่อยู่ในเครื่องสแกน ให้ใช้เทคนิค 4-7-8:

  • หายใจเข้า 4 วินาที
  • กลั้นหายใจ 7 วินาที
  • หายใจออกช้าๆ 8 วินาที

การทำเช่นนี้จะส่งสัญญาณให้ระบบประสาทผ่อนคลาย และลองจินตนาการว่าเสียงดังของเครื่องคือจังหวะดนตรีหรือเสียงจากเครื่องจักรในจินตนาการ

4. สื่อสารกับเจ้าหน้าที่

อย่าเก็บความกังวลไว้คนเดียว แจ้งเจ้าหน้าที่เทคนิคว่าคุณมีความกังวลหรือกลัวที่แคบ พวกเขาสามารถช่วยได้ เช่น:

  • การขอดนตรีฟังผ่านหูฟัง
  • การขอผ้าห่มอุ่นๆ
  • การให้เจ้าหน้าที่พูดคุยผ่านไมโครโฟนเป็นระยะเพื่อยืนยันว่าคุณไม่ได้อยู่ลำพัง

5. การเตรียมร่างกายให้พร้อมจากภายใน

ความเครียดส่งผลโดยตรงต่อระบบภูมิคุ้มกัน (Immune System) การดูแลร่างกายด้วยอาหารที่มีประโยชน์ การนอนหลับที่เพียงพอ และการใช้สมุนไพรที่มีสรรพคุณปรับสมดุล (Adaptogens) จะช่วยให้ร่างกายทนทานต่อสภาวะกดดันได้ดียิ่งขึ้น

6. หา "เพื่อนร่วมทาง"

อย่าไปตรวจคนเดียว การมีคนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิทนั่งรออยู่ด้านนอกจะช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวได้อย่างมหาศาล

ความสำคัญของการปรับสมดุลร่างกายและจิตใจ

ตามศาสตร์การแพทย์แบบองค์รวม จิตใจและร่างกายทำงานสัมพันธ์กัน (Mind-Body Connection) เมื่อจิตใจเกิดความวิตกกังวล ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งหากสูงเกินไปจะไปกดการทำงานของเซลล์เพชฌฆาต (NK Cells) ที่ทำหน้าที่กำจัดเซลล์มะเร็ง

ดังนั้น การจัดการกับ Scanxiety จึงไม่ใช่แค่เรื่องของอารมณ์ แต่มันคือส่วนหนึ่งของการรักษาโรคมะเร็งให้ประสบความสำเร็จ

  • การฟื้นฟูพลังชี่ (พลังชีวิต): ในทางแพทย์แผนจีน การไหลเวียนของชี่ที่ติดขัดจากความกังวลจะนำไปสู่การก่อตัวของก้อนเนื้อ การทำสมาธิหรือการรับประทานสมุนไพรบำรุงจะช่วยให้ชี่ไหลเวียนได้ดีขึ้น
  • การเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: ร่างกายที่แข็งแรงจะช่วยให้ใจสู้ได้ดีกว่า เมื่อระบบภายในสมดุล ผู้ป่วยจะมีกำลังใจในการเผชิญหน้ากับผลตรวจ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร

ก้าวผ่านอุโมงค์แห่งความกลัว

ภาวะ Scanxiety เป็นเรื่องปกติที่ผู้ป่วยมะเร็งเกือบทุกคนต้องเจอ คุณไม่ได้อ่อนแอที่รู้สึกกลัว แต่มันคือสัญญาณว่าคุณกำลังต่อสู้เพื่อชีวิตที่ล้ำค่าของคุณอย่างเต็มที่

การเรียนรู้วิธีรับมือที่ถูกต้อง การเตรียมใจให้พร้อม และการดูแลร่างกายให้แข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก จะช่วยเปลี่ยนการเข้าเครื่องสแกนจาก "ฝันร้าย" ให้กลายเป็นเพียง "ด่านตรวจหนึ่ง" บนเส้นทางสู่การหายขาดและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

หากคุณกำลังรู้สึกกังวลกับการตรวจครั้งถัดไป...

ลองเริ่มต้นด้วยการเขียนความกังวลนั้นออกมา และหาทางจัดการมันทีละขั้น คุณไม่ได้เดินบนเส้นทางนี้เพียงลำพัง และทุกการตรวจคือโอกาสที่จะทำให้คุณเข้าใจและดูแลร่างกายได้ดียิ่งขึ้น

 

สำหรับคนที่กำลังมองหาทางเลือกในการดูแลสุขภาพ ยาน้ำเทียนเซียน คือ ยาตามองค์ความรู้ของแพทย์แผนจีนที่ประกอบไปด้วยสมุนไพร 14 ชนิด มีสรรพคุณในการขับร้อนถอนพิษ บำรุงร่างกาย และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทั้งในผู้ป่วยโรคมะเร็งและผู้ที่ต้องการดูแลตัวเอง โดยยาน้ำเทียนเซียนได้ผ่านการวิจัยและพัฒนาจากสถาบันวิจัยยาฉางไป๋ซาน ใช้เทคโนโลยีการผลิตมาตรฐาน GMP และถูกรับรองโดย US FDA ให้เป็นอาหารเสริมที่ปลอดภัยและมีประโยชน์ต่อร่างกาย

การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยยาน้ำจากสมุนไพรจีนธรรมชาติ สามารถสั่งซื้อได้เลยที่ LINE : @tianxian

 

หากมีปัญหาสุขภาพผู้ป่วยมะเร็ง เราคืออีกหนึ่งทางออก ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตปกติได้อีกครั้ง ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ โปรดคลิก inbox Facebook ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง

การดูแลผู้ป่วยมะเร็ง
การรักษาผู้ป่วยมะเร็ง
ความรู้มะเร็ง

ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็งแห่งประเทศไทย 213/5 อาคารอโศกทาวเวอร์ ชั้น 6 ถ.สุขุมวิท 21(อโศก) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 1011

Copyright © 2021 www.siamca.com ขอสงวนสิทธิ์ ในการนำรูปภาพ หรือ ข้อความในเว็บไซต์ ไปเผยแพร่ หรือ ทำซ้ำ จะต้องได้รับการอนุญาตก่อนจึงจะกระทำได้