ทำไมคน Gen Z ถึงเป็นมะเร็งลำไส้เพิ่มขึ้นทั่วโลก?

วันที่ 13-01-2026 | อ่าน : 20


ทำไมคน Gen Z ถึงเป็นมะเร็งลำไส้เพิ่มขึ้นทั่วโลก?

มะเร็งลำไส้ใหญ่ในคนรุ่นใหม่: วิกฤตสุขภาพที่กำลังเปลี่ยนโฉมโลก

ในรอบไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา วงการแพทย์ทั่วโลกพบสถิติที่น่าตกใจอย่างหนึ่งคือ อุบัติการณ์การเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ในกลุ่มคนอายุน้อยกว่า 50 ปี เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มคนอายุ 20-30 ปี ซึ่งเป็นวัยที่ควรจะมีร่างกายแข็งแรงที่สุด ปรากฏการณ์นี้ถูกเรียกว่า "Early-onset Cancer"

หากย้อนไปในอดีต มะเร็งลำไส้มักจะถูกบรรจุอยู่ในหมวดหมู่ "โรคของผู้สูงอายุ" แต่ปัจจุบัน ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งหลายแห่งระบุว่า สัดส่วนของผู้ป่วยอายุน้อยเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1-2% ต่อปีอย่างคงที่ ส่งผลให้เกิดคำถามสำคัญว่า "เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน?"

ทำไมคนอายุ 20-30 ปี ถึงมีความเสี่ยงมะเร็งลำไส้พุ่งสูง?

สาเหตุของปัญหานี้ไม่ได้มีเพียงปัจจัยเดียว แต่เป็นการผสมผสานระหว่างปัจจัยทางชีวภาพ ไลฟ์สไตล์ และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดด ดังนี้:

1. อาหารตะวันตกและอาหารแปรรูปขั้นสูง

คนรุ่นใหม่เติบโตมาในยุคที่ความสะดวกสบายเป็นใหญ่ อาหารส่วนใหญ่ผ่านการขัดสี มีน้ำตาลสูง และเต็มไปด้วยสารกันบูด

  • เนื้อแปรรูป: ไส้กรอก เบคอน แฮม และลูกชิ้น มีสารไนไตรต์ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งเมื่อสะสมในปริมาณมาก
  • น้ำตาลฟรุกโตส: เครื่องดื่มรสหวานและชานมไข่มุก ส่งผลให้เกิดการอักเสบในเซลล์ผนังลำไส้
  • การขาดกากใย: การบริโภคผักผลไม้น้อยลงทำให้กากอาหารค้างอยู่ในลำไส้นานขึ้น เพิ่มโอกาสที่สารพิษจะสัมผัสกับผนังลำไส้

2. ภาวะน้ำหนักตัวเกินและโรคอ้วน

สถิติโรคอ้วนในเด็กและวัยรุ่นที่เพิ่มขึ้นมีความสัมพันธ์โดยตรงกับมะเร็งลำไส้ เซลล์ไขมันที่มากเกินไปจะหลั่งสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ทั่วร่างกาย ซึ่งเป็นการปูทางไปสู่การกลายพันธุ์ของเซลล์ปกติให้กลายเป็นเซลล์มะเร็ง

3. ความผิดปกติของจุลินทรีย์ในลำไส้

ลำไส้ของคนเรามีแบคทีเรียนับล้านล้านตัวที่ช่วยคุมระบบภูมิคุ้มกัน แต่พฤติกรรมการใช้ชีวิตสมัยใหม่ เช่น การกินยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ การพักผ่อนไม่เพียงพอ และความเครียดสะสม ทำลายสมดุลของแบคทีเรียตัวดี ทำให้แบคทีเรียสายพันธุ์ที่ก่อโรคเจริญเติบโต และหลั่งสารพิษที่ทำลาย DNA ของเซลล์ลำไส้

4. พฤติกรรมเนือยนิ่ง

การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือการไถมือถือโดยไม่ขยับร่างกาย ส่งผลให้การบีบตัวของลำไส้ช้าลง สารก่อมะเร็งในอุจจาระจึงมีเวลาทำอันตรายต่อผนังลำไส้ได้มากขึ้น

5. สารเคมีปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม

คนรุ่นใหม่เป็นกลุ่มแรกที่สัมผัสกับ "ไมโครพลาสติก" ตั้งแต่เกิด ซึ่งมีการศึกษาวิจัยใหม่ๆ พบว่าพลาสติกขนาดจิ๋วเหล่านี้สามารถแทรกซึมเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารและเหนี่ยวนำให้เกิดความผิดปกติของเซลล์ได้

สัญญาณเตือนที่ "คนวัยทำงาน" มักมองข้าม

อุปสรรคที่สำคัญที่สุดของการรักษามะเร็งในคนรุ่นใหม่คือ "การวินิจฉัยที่ล่าช้า" เนื่องจากทั้งผู้ป่วยและแพทย์มักคิดไม่ถึงว่าอาการที่เกิดขึ้นคือมะเร็ง อาการเหล่านี้จึงมักถูกมองข้าม:

  1. การขับถ่ายผิดปกติ: ท้องผูกสลับท้องเสียติดต่อกันเป็นสัปดาห์ หรือมีความรู้สึกเหมือนถ่ายไม่สุดตลอดเวลา
  2. ลักษณะอุจจาระเปลี่ยนไป: อุจจาระมีขนาดลีบเล็กลงเหมือนแท่งดินสอ (เนื่องจากมีก้อนเนื้อขวางทางเดินลำไส้)
  3. เลือดปนในอุจจาระ: มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นริดสีดวงทวาร แต่หากเลือดมีสีคล้ำหรือมาพร้อมกับอาการปวดท้อง ต้องระวังเป็นพิเศษ
  4. อาการปวดมวนท้อง: ปวดท้องน้อยหรือแน่นท้องบ่อยๆ โดยมักจะมีอาการท้องอืดร่วมด้วย
  5. น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ: แม้จะทานปกติ แต่น้ำหนักกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง
  6. ภาวะโลหิตจางและอ่อนเพลีย: เกิดจากการเสียเลือดภายในลำไส้ทีละน้อย ทำให้ร่างกายขาดธาตุเหล็กและเหนื่อยง่ายผิดปกติ

ทำไมมะเร็งในคนอายุน้อยถึง "อันตราย" กว่า?

มะเร็งลำไส้ที่พบในคนอายุ 20-30 ปี มักมีความแตกต่างจากที่พบในผู้สูงอายุในเชิงชีวภาพ:

  • การตรวจพบในระยะลุกลาม: เนื่องจากไม่มีการตรวจคัดกรองในกลุ่มอายุนี้ และอาการเบื้องต้นมักถูกมองข้าม ทำให้เมื่อตรวจพบ มักจะอยู่ในระยะที่ 3 หรือ 4 แล้ว
  • เซลล์มีความดุร้าย: มะเร็งในคนรุ่นใหม่อาจมีการกลายพันธุ์ของยีนบางตัวที่ทำให้เซลล์แบ่งตัวเร็วและดื้อต่อการรักษาด้วยเคมีบำบัดมาตรฐาน

แนวทางการป้องกัน: สร้างเกราะคุ้มกันให้ลำไส้

เราสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงได้ตั้งแต่วันนี้ ผ่านหลักการง่ายๆ ดังนี้:

  • เน้น "อาหารต้นทาง" : ทานอาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด เพิ่มปริมาณกากใยจากผักใบเขียวและผลไม้ที่ไม่หวานจัด
  • จำกัดเนื้อแดง: ทานเนื้อวัวหรือเนื้อหมูไม่เกิน 500 กรัมต่อสัปดาห์ และเลี่ยงการปรุงแบบปิ้งย่างจนไหม้เกรียม
  • Active มากขึ้น: เดินให้ได้ 10,000 ก้าวต่อวัน หรือออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
  • งดสูบบุหรี่และจำกัดแอลกอฮอล์: สารพิษจากบุหรี่และแอลกอฮอล์เป็นตัวกระตุ้นการอักเสบในลำไส้ที่รุนแรง
  • ตรวจเช็กร่างกาย: หากมีประวัติคนในครอบครัวสายตรง (พ่อ แม่ พี่ น้อง) เป็นมะเร็งลำไส้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจกล้องลำไส้ เร็วกว่าเกณฑ์ปกติ 10 ปี

มะเร็งลำไส้ใหญ่ในคนรุ่นใหม่ไม่ได้เป็นเพียงโชคร้ายทางพันธุกรรม แต่เป็นผลลัพธ์ของไลฟ์สไตล์ในโลกสมัยใหม่ที่บีบคั้นร่างกาย การตระหนักรู้ถึงอาการผิดปกติและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินตั้งแต่อายุยังน้อย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้เราไม่ต้องเผชิญกับโรคร้ายก่อนวัยอันควร

 

สำหรับคนที่กำลังมองหาทางเลือกในการดูแลสุขภาพ ยาน้ำเทียนเซียน คือ ยาตามองค์ความรู้ของแพทย์แผนจีนที่ประกอบไปด้วยสมุนไพร 14 ชนิด มีสรรพคุณในการขับร้อนถอนพิษ บำรุงร่างกาย และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทั้งในผู้ป่วยโรคมะเร็งและผู้ที่ต้องการดูแลตัวเอง โดยยาน้ำเทียนเซียนได้ผ่านการวิจัยและพัฒนาจากสถาบันวิจัยยาฉางไป๋ซาน ใช้เทคโนโลยีการผลิตมาตรฐาน GMP และถูกรับรองโดย US FDA ให้เป็นอาหารเสริมที่ปลอดภัยและมีประโยชน์ต่อร่างกาย

การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยยาน้ำจากสมุนไพรจีนธรรมชาติ สามารถสั่งซื้อได้เลยที่ LINE : @tianxian

 

หากมีปัญหาสุขภาพผู้ป่วยมะเร็ง เราคืออีกหนึ่งทางออก ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตปกติได้อีกครั้ง ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ โปรดคลิก inbox Facebook ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง

ความรู้มะเร็ง
การดูแลผู้ป่วย
การรักษามะเร็ง

ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็งแห่งประเทศไทย 213/5 อาคารอโศกทาวเวอร์ ชั้น 6 ถ.สุขุมวิท 21(อโศก) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 1011

Copyright © 2021 www.siamca.com ขอสงวนสิทธิ์ ในการนำรูปภาพ หรือ ข้อความในเว็บไซต์ ไปเผยแพร่ หรือ ทำซ้ำ จะต้องได้รับการอนุญาตก่อนจึงจะกระทำได้