ตัวเหลือง ตาเหลือง อันตรายแค่ไหน เสี่ยงมะเร็งตับหรือไม่

วันที่ 24-04-2026 | อ่าน : 5


ตัวเหลือง ตาเหลือง อันตรายแค่ไหน เสี่ยงมะเร็งตับหรือไม่
อาการ ตัวเหลือง ตาเหลือง เป็นสัญญาณที่หลายคนกังวล เพราะมักเชื่อมโยงกับโรคร้ายอย่างมะเร็งตับ แต่ความจริงแล้ว อาการนี้สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ 

ตัวเหลือง ตาเหลือง คืออะไร
อาการตัวเหลือง ตาเหลือง หรือที่เรียกว่า “ดีซ่าน” เกิดจากการที่ร่างกายมีสารบิลิรูบิน สะสมในกระแสเลือดมากผิดปกติ จนทำให้ผิวหนังและตาขาวมีสีเหลืองบิลิรูบินเป็นสารที่เกิดจากการสลายตัวของเม็ดเลือดแดง โดยปกติ ตับจะทำหน้าที่กำจัดสารนี้ออกจากร่างกายผ่านทางน้ำดี แต่เมื่อระบบนี้มีปัญหา ก็จะทำให้เกิดอาการตัวเหลืองตาเหลืองขึ้น

สาเหตุของตัวเหลือง ตาเหลือง

  • ปัญหาที่ตับ เช่น ไวรัสตับอักเสบบี ซี เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เซลล์ตับอักเสบและทำงานลดลงเมื่อการทำงานของตับแย่ลง บิลิรูบินจะถูกกำจัดได้น้อยลง อาการร่วมที่พบบ่อย คืออ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ หรือ ปวดท้องด้านขวา หากเป็นเรื้อรัง อาจพัฒนาไปเป็น ตับแข็ง และ เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งตับ
  • ไขมันพอกตับ ภาวะไขมันพอกตับเกิดจากการสะสมของไขมันในเซลล์ตับ มักพบในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน เบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูง ในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ แต่เมื่อมีการอักเสบของตับมากขึ้น อาจเริ่มมีอาการอ่อนเพลีย แน่นท้อง และในบางรายอาจเกิด ตัวเหลือง ตาเหลืองได้ หากปล่อยไว้นานโดยไม่ดูแล อาจพัฒนาไปเป็นตับแข็ง และเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งตับในระยะยาว
  • ปัญหาท่อน้ำดี ระบบท่อน้ำดีเปรียบเหมือน ทางระบายน้ำเสียของตับ มีหน้าที่ลำเลียงน้ำดีและพาบิลิรูบินออกจากร่างกายไปทางลำไส้เมื่อทางเดินนี้เกิดการอุดตัน จะทำให้บิลิรูบินไหลย้อนเข้าสู่กระแสเลือด ส่งผลให้เกิดอาการ ตัวเหลือง ตาเหลือง

วิธีป้องกันความเสี่ยงมะเร็งตับ
การป้องกันมะเร็งตับเริ่มต้นได้จากการดูแลตับให้แข็งแรงในชีวิตประจำวัน เพราะโรคนี้มักค่อย ๆ สะสมความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว

  • ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยงระยะยาว เพราะไวรัสชนิดนี้เป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งตับ
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ การดื่มต่อเนื่องทำให้ตับอักเสบและเกิดตับแข็ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของมะเร็งตับ
  • ควบคุมน้ำหนัก ลดไขมันพอกตับ ภาวะอ้วนและไขมันสะสมในตับเป็นปัจจัยเสี่ยงที่พบมากขึ้น การปรับอาหารและออกกำลังกายช่วยลดความเสี่ยงได้ชัดเจน
  • เลี่ยงอาหารปนเปื้อนเชื้อรา เช่น อาหารที่ขึ้นรา หรือเก็บไม่เหมาะสม เพราะอาจมีสารอะฟลาทอกซิน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งตับโดยตรง
  • ตรวจสุขภาพตับเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น เคยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ การตรวจสม่ำเสมอช่วยให้พบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก

หากมีปัญหาสุขภาพผู้ป่วยมะเร็ง เราคืออีกหนึ่งทางออก ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตปกติได้อีกครั้ง ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ โปรดคลิก inbox Facebook ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง

ความรู้มะเร็ง
การดูแลผู้ป่วย
การรักษามะเร็ง

ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็งแห่งประเทศไทย 213/5 อาคารอโศกทาวเวอร์ ชั้น 6 ถ.สุขุมวิท 21(อโศก) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 1011

Copyright © 2021 www.siamca.com ขอสงวนสิทธิ์ ในการนำรูปภาพ หรือ ข้อความในเว็บไซต์ ไปเผยแพร่ หรือ ทำซ้ำ จะต้องได้รับการอนุญาตก่อนจึงจะกระทำได้