การดูแลผู้ป่วยมะเร็งตับ
วันที่ 21-11-2025 | อ่าน : 153
การดูแลผู้ป่วยมะเร็งตับ
มะเร็งตับเป็นโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นในเนื้อตับ ซึ่งเกิดจากเซลล์ตับที่มีการเจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นเนื้อร้าย
สาเหตุของโรคมะเร็งตับ
มะเร็งตับเกิดขึ้นได้โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่คือ
- เกิดขึ้นที่ตับโดยตรง
- เซลล์มะเร็งลุกลามมายังตับ สาเหตุของมะเร็งที่เกิดขึ้นกับตับโดยตรง มักพบจากผู้ป่วยมีประวัติเป็นโรคไวรัสตับอักเสบบีหรือซี ตับอักเสบจากไขมันพอกตับ และดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก
โดยมีสาเหตุมาจาก
- การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หรือ ซี
- การดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลานาน
- โรคตับคั่งไขมันจากภาวะอ้วน
- ตับอักเสบจากภาวะแพ้ภูมิตนเอง
- โรคตับคั่งน้ำดี
การรักษามะเร็งตับแต่ละวิธี
การผ่าตัด สามารถทำได้หลายแบบ เช่น การผ่าตัดตัดออกบางส่วน และการปลูกถ่ายเปลี่ยนตับ การผ่าตัดปลูกถ่ายตับ จะทำได้ในกรณีที่ก้อนในตับมีขนาดน้อยกว่า 5 เซนติเมตร และผู้ป่วยต้องมีอายุน้อยกว่า 70 ปี
การรักษาด้วยวิธีการทำลายเนื้อเยื่อมะเร็งตับ เช่นการใช้ความร้อนแบบ radiofrequency ablation หรือ microwave ablation , การรักษาด้วยการใช้ความเย็น, และการรักษาด้วยการใช้แอลกอฮอล์
การรักษาด้วยหัตถการทางรังสีวิทยา เช่น การใส่ยาคีโม หรือใส่ยาอื่นๆ รวมไปถึงการใส่สารรังสี เพื่อทำให้เกิดการทำลายชิ้นเนื้อมะเร็งตับ
การรักษาด้วยการฉายรังสีจากภายนอกลำตัว โดยมีเทคนิคใหม่ๆเพื่อทำให้แสงรังสีมุ่งเป้าเฉพาะเจาะจงต่อเนื้อเยื่อมะเร็งตับ โดยไม่ให้เกิดภาวะข้างเคียงต่ออวัยวะรอบข้าง
การป้องกันมะเร็งตับ
- ดูแลสุขภาพทั่วไปให้แข็งแรง
- รับประทานอาหารอย่างเหมาะสม
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่
- พักผ่อนอย่างเพียงพอ
อาหารที่ผู้เป็นมะเร็งตับควรเลือกทาน
- ผักและผลไม้สด เช่น แครอท มะเขือเทศ บร็อคโคลี ส้ม มะนาว และ เบอร์รี่ มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องตับจากการทำลายของอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งตับ
- วิตามิน C และ วิตามิน E ในผลไม้และผักต่าง ๆ ช่วยลดการอักเสบและช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหาย
- อาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน หรือ น้ำมันปลา มีกรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งช่วยลดการอักเสบและป้องกันไม่ให้เกิดภาวะตับไขมัน และ โรคตับที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ
- อาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ถั่วเลนทิล ถั่วดำ ผักใบเขียว ผักโขม คะน้า และ บร็อคโคลี ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย ช่วยลดการสะสมของสารพิษในร่างกาย การรับประทานไฟเบอร์ยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดการเกิดโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคตับ
- กระเทียม กระเทียมมีสารอัลลิซิน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยขับพิษและส่งเสริมการทำงานของตับ นอกจากนี้กระเทียมยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ
- ชาเขียว ชาเขียวอุดมไปด้วย catechins ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องตับจากความเสียหายจากสารพิษ การดื่มชาเขียวเป็นประจำสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งตับและโรคตับไขมัน
- น้ำมะนาว น้ำมะนาวอุดมไปด้วย วิตามิน C ซึ่งช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และช่วยล้างพิษจากตับ โดยช่วยให้กระบวนการขับถ่ายของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น การดื่มน้ำมะนาวในตอนเช้าอาจช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหารและตับ
- ขมิ้น ขมิ้นมีสารเคอร์คูมิน ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบและการต้านอนุมูลอิสระ โดยช่วยลดความเสี่ยงจากโรคตับ เช่น ตับแข็งและมะเร็งตับ การรับประทานขมิ้นในอาหารหรือดื่มเป็นชาอาจช่วยปรับสมดุลการทำงานของตับ
- น้ำมันมะกอก น้ำมันมะกอกเป็นแหล่งของไขมันไม่อิ่มตัวที่ดีต่อสุขภาพ และมีสารต้านการอักเสบ ช่วยลดการสะสมของไขมันในตับและช่วยป้องกันโรคตับไขมัน การใช้น้ำมันมะกอกในการทำอาหารแทนน้ำมันที่มีไขมันทรานส์เป็นทางเลือกที่ดี
- โยเกิร์ตและผลิตภัณฑ์จากนมหมัก โยเกิร์ตและผลิตภัณฑ์จากนมหมัก เช่น คีเฟอร์ มีจุลินทรีย์ที่ดี (Probiotics) ช่วยในการย่อยอาหารและลดการสะสมของสารพิษในลำไส้ การรักษาสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้สามารถส่งผลดีต่อสุขภาพของตับ
ปรึกษามะเร็งฟรี
สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลตนเอง หรือ การให้กำลังใจแบบถูกวิธีแก่ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผ่านช่องทางการติดต่อของเรา
Facebook Fanpage: ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง
📞 เบอร์ติดต่อ: 087-678-6026
🌐 เว็บไซต์: https://www.siamca.com/
หากมีปัญหาสุขภาพผู้ป่วยมะเร็ง เราคืออีกหนึ่งทางออก ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตปกติได้อีกครั้ง ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ โปรดคลิก inbox Facebook
ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง